ก่อนจะนับถอยหลังสู่ปีใหม่ในอีกไม่ช้านี้ Netflix ผู้ให้บริการคอนเทนต์ OTT ชั้นนำระดับโลก ได้แง้มรายชื่อภาพยนตร์-ซีรีส์เกาหลี ที่จ่อคิวฉายให้ได้เพลินเพลินกันต่อเนื่องส่งท้ายปี 2020 ต้อนรับปี 2021 แบบแน่น ๆ เน้น ๆ ทั้งหมด 7 เรื่อง ประกอบไปด้วย ภาพยนตร์ 3 เรื่อง ได้แก่ Space Sweepers , The Call , What Happened to Mr.Cha? และ ซีรีส์อีก 4 เรื่อง ได้แก่ The Uncanny Counter , Lovestruck in the City , Run On และ Sweet Home แต่ละเรื่องจะเป็นอย่างไร เตรียมจดเข้าลิสต์กัน ณ บัดนี้!

ภาพยนตร์ Netflix ปลาย 2020 – ต้น 2021


The Call (콜)

กำหนดฉาย: 27 พฤศจิกายน 2563
ผู้กำกับ: อีชุงฮยอน
นักแสดง: พัคชินฮเย จอนจงซอ

เรื่องย่อ

เมื่อ ซอยอน (รับบทโดย พัคชินฮเย) หญิงสาววัย 28 ปี ทำโทรศัพท์มือถือหายระหว่างเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่กำลังป่วยอยู่ในชนบทอันห่างไกล เธอได้ค้นเจอโทรศัพท์เก่าเครื่องหนึ่งในตู้เสื้อผ้าที่บ้าน แล้วจู่ๆ ก็ได้รับสายของผู้หญิงที่ชื่อ ยองซุก (รับบทโดย จอนจงซอ) ซอยอนวางสายไปเพราะคิดว่าผู้หญิงคนนั้นโทรผิด แต่แล้วเธอก็ได้มารู้ทีหลังว่านี่เป็นสายที่โทรเข้ามาจากบ้านหลังเดียวกันนี้เมื่อ 20 ปีก่อน

ภาพยนตร์ระทึกขวัญอาชญากรรมส่งท้ายปลายปีที่จะมาทำให้คุณทั้งหลอนและระทึกในคราวเดียว นำแสดงโดย พัคชินฮเย (#Alive, Memories of the Alhambra) โดยครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายตัวเองในบทบาทที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน ซึ่งน่าติดตามว่า พัคชินฮเย จะสามารถจะถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ๆ ออกมาได้ดีแค่ไหน ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการประชันบทบาทกับ จอนจงซอ นักแสดงหญิงดาวรุ่งสายหนังที่พิสูจน์ความสามารถให้ผู้ชมได้เห็นกันมาแล้วจากผลงานเดบิวต์ของเธอ Burning ภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์


What Happened to Mr.Cha? (차인표)

กำหนดฉาย: 1 มกราคม 2564
ผู้กำกับ: คิมดงกยู
นักแสดง : ชาอินพโย โชดัลฮวาน 

เรื่องย่อ

ด้วยภาพลักษณ์ของผู้ชายที่ทั้งอ่อนโยนและสมบูรณ์แบบ ทำให้มิสเตอร์ชาได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในช่วงยุค 90 แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เขายังคงฝันถึงคืนวันอันรุ่งโรจน์ และรอคอยโอกาสที่จะได้เฉิดฉายอีกครั้ง กระทั่งวันหนึ่งที่มิสเตอร์ชาไปอาบน้ำที่ยิม ระหว่างนั้นเองตัวอาคารแห่งนั้นกลับพังครืนลงมาอย่างไม่คาดคิด เขาจึงต้องติดอยู่ในนั้นพร้อมกับการรอความช่วยเหลือ ในขณะที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ชายผู้อ่อนโยนและสมบูรณ์แบบไปพร้อมๆ กัน

Space Sweepers (승리호)

กำหนดฉาย: ต้นปี 2564
ผู้กำกับ: โจซองฮี
นักแสดง: ซงจุงกิ คิมแทรี ชินซอนกยู ยูแฮจิน

เรื่องย่อ

ในปี 2092 เมื่อโลกกำลังจะล่มสลายจนสิ่งมีชีวิตแทบจะไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ชนชั้นสูงได้รับสิทธิพิเศษไปอาศัยอยู่ที่ UTS บริเวณระหว่างโลกและดวงจันทร์ ส่วนผู้คนที่เหลือกว่า 95% ก็ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่บนโลกมนุษย์ที่กลายเป็นซากปรักหักพัง

Victory เป็นหนึ่งในยานอวกาศของเกาหลีที่คอยเก็บกวาดขยะอวกาศไม่ว่าจะเป็นยานอวกาศร้าง ขยะดาวเทียม ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างยานเก็บขยะทั่วโลกที่ต่างรุมทึ้งงานนี้เพื่อความอยู่รอด โดยในยาน Victory มีสามสมาชิก อย่าง แทโฮ (รับบทโดย ซงจุงกิ) นักบินยานอวกาศอัจฉริยะ ผู้แม้ว่าจะยากจนแต่ก็เต็มไปด้วยความสามารถ, กัปตันจาง (รับบทโดย คิมแทรี) หญิงสาวผู้แข็งแกร่ง พร้อมปืนเลเซอร์ยักษ์คู่ใจ และไทเกอร์พาร์ก (รับบทโดย ชินซอนกยู) วิศวกรเครื่องกลระดับเทพ

วันหนึ่งพวกเขาได้เจอกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มาในรูปลักษณ์ของเด็กหญิงวัย 7 ขวบ เป็นที่รู้กันว่าหุ่นยนต์ประเภทนี้มีอานุภาพทำลายล้างสูง แต่เพราะเจ้าหุ่นยนต์นี้เป็นที่ต้องการของคนในโลกใหม่ พวกเขาจึงเลือกที่จะเก็บมันไว้เพื่อแลกกับข้อต่อรองสำคัญ แม้จะต้องเอาชีวิตของตัวเองเข้าเสี่ยงก็ตาม

ซีรีส์เกาหลี Netflix ปลาย 2020 – ต้น 2021


The Uncanny Counter (경이로운 소문)

กำหนดฉาย: 28 พฤศจิกายน 2563
ผู้กำกับ: ยูซอนดง
นักเขียนบท: ยอจีนา
นักแสดง: โจบยองกยู ยูจุนซัง คิมเซจอง Gugudan

เรื่องย่อ

ซีรีส์แฟนตาซีทริลเลอร์ที่สร้างจากเว็บตูนชื่อดัง เมื่อกลุ่มนักล่าปีศาจที่ชื่อ Counters แฝงตัวมาอยู่บนโลกมนุษย์ด้วยการเป็นพนักงานร้านรามยอน โดยพวกเขาต้องตามไล่ล่าปีศาจที่หนีมาบนโลกเพื่อหวังจะมีชีวิตอมตะ

ความโดดเด่นนอกจากพล็อตเรื่องก็คือนักแสดงนำ โจบยองกยู ผู้ชมอาจคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากซีรีส์เรตติ้งพุ่งทะยานอย่าง Sky Castle และ Hot Stove League และครั้งนี้คือการขึ้นมารับบทนำเต็มตัวครั้งแรก ซึ่งน่าสนใจว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหน ส่วน คิมเซจอง ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่มีฝีมือทางการแสดงไม่เป็นรองใคร คราวนี้เธอจะมาพิสูจน์ความสามารถอีกครั้ง หลังจากเคยรับบทนำที่ทำให้ผู้ชมประทับใจกันมาแล้วใน School 2017

The Uncanny Counter เล่าเรื่องราวของกลุ่ม Counters ที่มีสมาชิกหลักคือ โดฮานา (รับบทโดย คิมเซจอง) หญิงสาวที่มาพร้อมเรดาร์ตรวจจับปีศาจ และอ่านความทรงจำของคนได้ผ่านการสัมผัส, โซมุน (รับบทโดย โจบยองกยู) สมาชิกที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีเพื่อกำจัดวิญญาณชั่วร้าย และใช้ความกล้าหาญของตัวเองต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และ กาโมทัก (รับบทโดย ยูจุนซัง) สมาชิกสุดแข็งแกร่งของทีม รักความถูกต้อง เขาเคยเป็นตำรวจ แต่ต้องสูญเสียความทรงจำเมื่อ 7 ปีก่อนไปเพราะอุบัติเหตุ


Lovestruck in the City (도시남녀의 사랑법)

กำหนดฉาย: 8 ธันวาคม 2563
ผู้กำกับ: พัคชินอู (It’s Okay to Not Be Okay)
นักเขียนบท: จองฮยอนจอง (Romance is a Bonus Book)
นักแสดง: จีชางอุค คิมจีวอน

เรื่องย่อ

Lovestruck in the City บอกเล่าเรื่องราวโรแมนติกของหนุ่มสาวในเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวาย พัคแจวอน (รับบทโดย จีชางอุค) สถาปนิกหนุ่มที่เป็นคนตรงไปตรงมาและมีแพสชั่นกับการทำงาน เขามีความสุขอยู่ในย่านเล็กๆ ของเมืองและสะสมข้าวของมากมาย แต่กลับไม่เคยลืมผู้หญิงคนหนึ่งที่มาขโมยกล้องถ่ายรูป พร้อมกับหัวใจของเขา และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะเดียวกัน อีอึนโอ (รับบทโดย คิมจีวอน) เป็นนักการตลาดฟรีแลนซ์ เป็นคนที่เดินทางแบบไม่วางแผน และนั่นทำให้เธอได้พบกับพัคแจวอนในสถานที่ที่คาดไม่ถึง ตกหลุมรักเขา แต่กลับปกปิดตัวตนภายใต้ชื่อ ยุนซอนอา


Run On

กำหนดฉาย: 16 ธันวาคม 2563
ผู้กำกับ: อีแจฮุน
นักเขียนบท: พัคชีฮยอน
นักแสดง: อิมชีวาน ชินเซคยอง ชเวซูยอง SNSD คังแทโอ

เรื่องย่อ

Voice in the Rain เสียงรักในสายฝน ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
   

ซีรีส์โรแมนติกดราม่าเกี่ยวกับผู้คนที่มีปัญหาในการสื่อสาร แม้ว่าพวกเขาจะพูดภาษาเดียวกันก็ตาม บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนจากภูมิหลังแตกต่างกัน ซึ่งพยายามดูแลความสัมพันธ์โดยใช้ภาษาของตนเอง

อิมชีวาน รับบท กีซอนกยอม นักวิ่งทีมชาติที่ทำให้กีฬาวิ่งกลับกลายมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเอาแต่มองไปข้างหน้าและมุ่งมั่นที่จะคว้าแต่ชัยชนะ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชีวิตของเขากลับตาลปัตรและต้องอำลาอาชีพนักวิ่งก่อนเวลาอันควร หลังออกจากวงการเขาได้พบกับ โอมีจู ผู้หญิงที่ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะมองโลกในมุมอื่นๆ นอกเหนือไปจากมุมมองของนักวิ่ง

ชินเซคยอง รับบท โอมีจู นักแปลบทภาพยนตร์ที่มีผลงานสุดเนี้ยบ เธอเริ่มตระหนักถึงภาษาอื่นๆ เป็นครั้งแรกเมื่อได้ไปชมภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศที่เธอไม่อาจเข้าใจเนื้อเรื่องได้เลยถ้าไม่อ่านซับไตเติ้ล จนเมื่อเธอเริ่มสังเกตเห็นข้อผิดพลาดในซับไตเติ้ลต่างๆ ที่มากเกินจะทนไหว เธอจึงผันตัวเองเป็นนักแปลทันทีโดยไม่ลังเล เธอพบว่าตัวเองถูกดึงดูดเข้าหา กีซอนกยอม ชายผู้ซึ่งกุมโชคชะตาของเธอไว้ และเขย่าโลกของเธอด้วยแรงอันมหาศาล เช่นเดียวกับแรงสั่นสะเทือนที่เธอรู้สึกเมื่อได้เห็นชื่อของตัวเองปรากฏในเครดิตภาพยนตร์เป็นครั้งแรก

ชเวซูยอง รับบทเป็น ซอดันอา CEOของเอเจนซีกีฬา แต่แท้จริงแล้วเธอคือทายาทคนเดียวของซอมยองกรุ๊ปที่มีสิทธิ์สืบทอดกิจการ แต่เพราะเป็นผู้หญิง ทำให้เธอไม่ได้รับการยอมรับและถูกกดดันให้พ้นจากตำแหน่ง แต่เธอก็ยังกัดฟันและมุ่งมั่นที่จะทวงคืนสิ่งที่เป็นของเธอโดยชอบธรรมกลับคืนมา

คังแทโอ รับบทเป็น อียองฮวา นักเรียนศิลปะสุดฮอตที่ชื่นชอบภาพยนตร์และภาพสเก็ตช์ อีกทั้งยังเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

Run On ถือเป็นซีรีส์ที่รวมเอานักแสดงมากฝีมือไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อิมชีวาน ที่เพิ่งฝากผลงานสุดระทึกอย่าง Strangers From Hell ให้ผู้ชมได้ขนลุกกันไปก่อนหน้านี้, ชินเซคยอง นักแสดงสาวมากฝืมือสายโรแมนติกเมโลดราม่า (Rookie Historian Goo Hae-Ryung, The Bride of Habaek), คังแทโอ ตัวร้ายที่น่าสงสารจาก The Tale of Nokdu และ ซูยอง (Tell Me What You Saw) การันตีงานคุณภาพโดย อีแจฮุน ผู้กำกับที่เคยฝากฝีมือไว้ในซีรีส์เรตติ้งสูงอย่าง Chief Kim


Sweet Home

กำหนดฉาย: 18 ธันวาคม 2563
ผู้กำกับ: อีอึงบก (Descendants of the Sun , Goblin , Mr.Sunshine)
นักเขียนบท: คิมคันบี, ฮวังยองชาน
นักแสดง: ซงคัง อีจินอุค อีชียอง อีโดฮยอน

เรื่องย่อ

Sweet Home ซีรีส์ที่ดัดแปลงบทจากเว็บตูนต้นฉบับที่มีชื่อเดียวกัน เล่าถึง ชาฮยอนซู (รับบทโดย ซงคัง) นักเรียนไฮสคูลที่เลือกขังตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่สนทนากับใครทั้งพ่อ แม่ และน้องสาว จนเมื่อทั้งครอบครัวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชาฮยอนซูจึงย้ายออกจากบ้านไปอยู่อพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ โทรม ๆ แห่งหนึ่ง เขายังคงเก็บตัวในห้อง สั่งรามยอนมาเป็นเสบียงประทังชีวิตไปวันๆ จนกระทั่งเกิดเหตุประหลาดขึ้นทั่วโลก ผู้คนกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดที่แตกต่างกันตามความปรารถนาภายในจิตใจ พวกมันจะคอยไล่ล่าเอาชีวิตคนที่เหลืออยู่ ชาฮยอนซูรวมถึงผู้คนในอพาร์ตเมนต์ที่เหลือรอดจึงต้องร่วมมือกันต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเพื่อมีชีวิตอยู่ และช่วยให้โลกนี้พ้นภัยก่อนที่จะสายเกินไป


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 หลังจาก Netflix ฉายภาพยนตร์ Okja ผลงานกำกับของบงจุนโฮ ความสัมพันธ์ระหว่างวงการภาพยนตร์เกาหลีและ Netflix ก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2020 ที่มีผลงานยอดเยี่ยมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ Time to Hunt ที่ตัดสินใจฉายผ่าน Netflix ทั่วโลกแทนการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 ตามมาด้วยภาพยนตร์ K-Zombie เรื่องดัง #ALIVE ยังไม่รวมซีรีส์ที่เป็นกระแส ไม่ว่าจะเป็น Crash Landing on You , Itaewon Class , It’s Okay to Not Be Okay มาจนถึงล่าสุด Start-Up ที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้

คิมมินยอง รองประธานฝ่ายคอนเทนต์ (เกาหลีใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) ได้กล่าวถึงความนิยมของคอนเทนต์เกาหลีบน Netflix ทั่วโลก ว่า

“ปีนี้เป็นหมุดหมายที่สำคัญอย่างยิ่งของผู้สร้างภาพยนตร์เกาหลี โดยเฉพาะชัยชนะของบงจุงโฮ ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Parasite, ภาพยนตร์ Time to Hunt ที่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดี และ #Alive ภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก Netflix นับเป็นแนวหน้าในการเปลี่ยนแปลงทิศทางของอุตสาหกรรมบันเทิงที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เราเชื่อว่าเรื่องราวที่ดีเกิดขึ้นได้จากทุกที่ และจะเดินทางไปถึงทุกหนทุกแห่ง เรานำเสนอคอนเทนต์เกาหลีด้วยเป้าหมายที่จะสร้างความบันเทิงไปยังสมาชิก Netflix ทั่วโลก”

ด้วยความนิยมของคอนเทนต์เกาหลีที่แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลกผ่านแพล็ตฟอร์ม OTT ทาง Netflix ยังเตรียมออริจินัลคอนเทนต์เกาหลีอีกมากมายให้ผู้ชมได้รอติดตามกันในปีหน้า จะมีคอนเทนต์เกาหลีอะไรที่น่าติดตามบน Netflix อีกบ้าง รอติดตามอัปเดตกันได้เร็ว ๆ นี้

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
: facebook.com/korseries
Twitter
: twitter.com/korseries
Website
: korseries.com
Youtube
: Korseries

สนับสนุนเนื้อหาประชาสัมพันธ์ จาก Netflix

Read More Articles

Avatar
จุดเริ่มต้นจากเด็กผู้หญิงที่ชอบดูซีรีส์เกาหลี และเขียนรีวิวซีรีส์บนกระดานหน้าห้องเรียน ตัดสินใจเริ่มต้นเปิดทวิตเตอร์ก่อนเข้ามหาลัย และพัฒนาจนกลายมาเป็น 'Korseries' สื่อออนไลน์ที่นำเสนอข่าวสาร และ สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับวงการบันเทิงเกาหลี ไม่ได้มีแค่ซีรีส์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึง ภาพยนตร์ เคป็อป ความงาม การท่องเที่ยวเกาหลี หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบคอนเทนต์ที่เรานำเสนอนะคะ ^^