my royal nemesis modern hanbok shin seori im ji yeon fashion style

ส่องลุค ‘ฮันบกสมัยใหม่’ ของ ‘ชินซอรี’ ใน My Royal Nemesis เมื่ออดีตและปัจจุบันถูกเชื่อมเข้าหากันผ่านแฟชั่น

นอกจากเรื่องราวโรแมนติกแฟนตาซีของหญิงสาวจากยุคโชซอนที่ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบใน My Royal Nemesis ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่คอซีรีส์เกาหลี คือแฟชั่นของตัวละคร ‘ชินซอรี’ ที่รับบทโดย อิมจียอน ซึ่งซีรีส์เลือกใช้ ‘ฮันบกสมัยใหม่’ เป็นส่วนหนึ่งในการเล่าตัวตนของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ

ตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง ชินซอรีปรากฏตัวด้วยลุคที่ยังคงกลิ่นอายของหญิงสาวจากยุคโชซอนไว้อย่างชัดเจน ก่อนที่สไตล์จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามการปรับตัวของตัวละครในโลกยุคใหม่ ผ่านเสื้อผ้าที่ผสมรายละเอียดของฮันบกเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัยอย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นเส้นคอเสื้อแบบ ชอโกรี (저고리) หรือเสื้อนอกท่อนบนของชุดฮันบก การใช้ผ้าไหม ผ้าซาติน หรือซิลูเอตที่ยังคงความสง่างามแบบชนชั้นสูงเกาหลีเอาไว้ภายใต้ลุคโมเดิร์น

Han bok 01

โดยเฉพาะ ‘ชุดสีแดง’ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในลุคที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลเกาหลี ด้วยภาพลักษณ์ที่ทั้งสง่างาม ดุดัน และแฝงกลิ่นอายของราชวงศ์โชซอนเอาไว้ในเวลาเดียวกัน จนผู้ชมจำนวนมากเริ่มตามหาว่าเสื้อผ้าเหล่านี้มาจากแบรนด์อะไร และใครคือผู้ออกแบบเบื้องหลังลุคของชินซอรีในเรื่องนี้

Han bok 03

เบื้องหลังแฟชั่นดังกล่าวคือแบรนด์ฮันบกร่วมสมัย HAPPLY ที่ก่อตั้งโดยดีไซเนอร์ อีจีออน ซึ่งออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าอิมจียอน ได้สวมชุด‘Heritage Jeogori Jacket’ และ ‘Heritage Closure Long Skirt Red’ ผ่านบทบาท ชินซอรี ในซีรีส์เรื่องนี้โดยชุดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน‘Hanbok Set-up’ ที่เปิดตัวในโอกาสครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “Traditional values in a modern style” หรือ “คุณค่าของความดั้งเดิมในสไตล์ร่วมสมัย” โดยนำผ้าฮันบกวินเทจยุค 80 มาตีความใหม่ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมของเกาหลีเอาไว้อย่างชัดเจน

ตัวแจ็กเก็ต ‘Heritage Jeogori Jacket’ ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นโค้งของชอโกรีหรือเสื้อฮันบกแบบดั้งเดิม ก่อนนำมาปรับให้กลายเป็นแจ็กเก็ตครอปที่มีความยาวระดับเอว พร้อมเพิ่มดีเทลลายดอกบัว คอเสื้อทรงหัวใจ และเส้นตัดเย็บที่ช่วยสร้างซิลูเอตให้ดูเฉียบคมแต่ยังคงความอ่อนช้อยแบบฮันบกเอาไว้

my royal nemesis modern hanbok 3

ขณะเดียวกัน รายละเอียดบริเวณแขนเสื้อยังเป็นการตีความ กิซ (깃) และ โกรึม (고름) หรือองค์ประกอบสำคัญของฮันบกในแบบร่วมสมัย ก่อนนำลวดลายงานปักฮันบกวินเทจมาตีความใหม่ผ่านเทคนิคดิจิทัลพรินต์และคัตเวิร์กอย่างประณีต จนทำให้ตัวเสื้อดูทั้งคลาสสิกและทันสมัยในเวลาเดียวกัน โดยแจ็กเก็ตรุ่นนี้วางจำหน่ายในราคา 255 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,300 บาท

my royal nemesis modern hanbok 1

ส่วน ‘Heritage Closure Long Skirt Red’ คือกระโปรงยาวทรงเอไลน์เอวสูง ที่นำโครงสร้างของกระโปรงฮันบกแบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ในสไตล์ร่วมสมัย ผ่านรูปแบบการสวมใส่คล้ายกระโปรงพันเอว พร้อมดีเทลจีบลึกด้านหน้าที่ช่วยสร้างซิลูเอตให้ดูพลิ้วไหวและมีมิติมากขึ้น ขณะที่ลายดอกบัวบริเวณชายกระโปรงยังช่วยเพิ่มกลิ่นอายความงามแบบเกาหลีดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ลวดลายงานปักฮันบกวินเทจทั่วทั้งตัวกระโปรงถูกนำมาตีความใหม่ผ่านเทคนิคดิจิทัลพรินต์และคัตเวิร์กอย่างประณีต พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยกระเป๋าซ่อนด้านข้าง ปิดท้ายด้วยโทนสีแดงสดตัดรายละเอียดสีทองที่ช่วยให้ลุคดูโดดเด่นและทรงพลังมากขึ้น โดยกระโปรงรุ่นนี้วางจำหน่ายในราคา 177 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,800 บาทไทย

my royal nemesis modern hanbok 2

อีกหนึ่งชุดที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือ ‘바림 말기 드레스 크림슨 블러쉬’ เดรสฮันบกสมัยใหม่สีแดงที่ ชินซอรี สวมในฉากทำงานพาร์ตไทม์โฮมช้อปปิง ซึ่งโดดเด่นด้วยการไล่เฉดสีจากแดงไปสู่ชมพูอย่างนุ่มนวล ราวกับสีที่ค่อย ๆ ซึมผ่านเนื้อผ้า

เดรสรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคนิค ‘บาริม’ ซึ่งเป็นวิธีลงสีในภาพวาดพื้นบ้านเกาหลีแบบดั้งเดิม ก่อนนำมาตีความใหม่ผ่านแฟชั่นร่วมสมัย โดยออกแบบให้สีด้านหนึ่งเข้มชัด ก่อนค่อย ๆ ไล่น้ำหนักสีให้จางลงอีกด้าน เพื่อสร้างมิติและความลื่นไหลของสีสัน ขณะเดียวกัน เนื้อผ้าออร์แกนซ่าที่มีประกายบางเบายังช่วยเพิ่มความพลิ้วไหวและมิติให้กับตัวชุดมากขึ้น

my royal nemesis modern hanbok 4

ซิลูเอตของเดรสยังได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘말기 치마’ หรือกระโปรงฮันบกแบบดั้งเดิม โดยใช้สายผูกด้านหน้าและสายรัดด้านข้างเพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถปรับรูปทรงให้เข้ากับรูปร่างของตัวเองได้ ซึ่งเดรสรุ่นนี้เป็นคอลเลกชันลิมิเต็ดประจำเดือนตุลาคม โดยวางขายในราคา 288 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9,400 บาท

my royal nemesis modern hanbok 5

สิ่งที่น่าสนใจคือ My Royal Nemesis ไม่ได้ใช้ฮันบกในฐานะ ‘ชุดย้อนยุค‘ เพียงอย่างเดียว แต่เลือกนำชุดฮันบกร่วมสมัยมาสะท้อนอายชนชั้นสูงยุคโชซอนเอาไว้ภายใต้โลกแฟชั่นปี 2026 และอาจเป็นเหตุผลนี้เอง ที่ทำให้แฟชั่นของชินซอรี ไม่ได้ถูกพูดถึงเพียงเพราะความสวยงาม แต่เพราะเสื้อผ้าแต่ละชุดกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งภาษาสำคัญในการเล่าตัวตน ความทะเยอทะยาน และรากของตัวละครจากอดีตที่ยังคงติดตัวเธอมาจนถึงโลกปัจจุบันอย่างแนบเนียน

My Royal Nemesis 02 1

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ ♡

Source (1) (2) (3) (4)