“ เยซอต้องเป็นหมอรุ่นที่สาม ” นี่คือประโยคสำคัญจากละครสะท้อนสังคมการแข่งขันในชนชั้นเจ้านายของเกาหลีใต้อย่าง ‘SKY CASTLE’ ที่กำลังโด่งดังในหมู่ผู้ชมละคร การันตีด้วยตำแหน่งละครโทรทัศน์จากสถานีฯเคเบิ้ลที่มีเรตติ้งสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง แซงหน้า ‘REPLY 1988 (2016)’ แชมป์เก่าไปอย่างขาดลอย ว่าด้วยเรื่องของภรรยากลุ่มศาสตราจารย์ แพทย์ ทนาย อัยการ ที่มารวมตัวกันอยู่ในหมู่บ้านที่ชื่อ ‘SKY CASTLE’ ประชากรเพียง 0.1 % ของประเทศเกาหลีใต้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยDNAอัจฉริยะ และเพียบพร้อมทั้งการศึกษา ฐานะ รวมไปถึงความรู้ แน่นอนว่าการอาศัยอยู่ในที่ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย แม่ ๆ ทุกคนที่เป็นสมาชิกของหมู่บ้าน ก็ย่อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูก ๆ ของเธอสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์และค่านิยมในอาชีพประจำตระกูล ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเงินเป็นกองจ้างโค้ชติวเตอร์ส่วนตัว หรือแม้กระทั่งการตระเวนหาสถาบันกวดวิชาแถวหน้าให้ลูกผู้เป็นดั่งดวงใจและเครื่องประดับทางสังคมชิ้นหนึ่งของครอบครัว

ทำไมการที่หมอรุ่นที่สาม ทนายรุ่นที่สาม อัยการรุ่นที่สามของตระกูลจึงถูกพูดผ่านตัวละครหลาย ๆ ตัวในละครเรื่องดังกล่าว ตลอด 20 ตอน ที่ผ่านมา ทีมผู้สร้างต้องการบอกอะไรกับผู้ชม?

ต้องเท้าความก่อนว่าตั้งแต่ประเทศเกาหลีใต้สถาปนาแนวคิดและปรัชญาแบบขงจื๊อเป็นอุดมการณ์ของรัฐในช่วงสมัยโชซอน (1932-1910) ถึงแม้ปัจจุบันจะผ่านมาหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่แนวคิดและปรัชญาดังกล่าวก็ถูกปลูกฝังเป็นเงาตามตัวชาวเกาหลีใต้มาจนถึงยุคปัจจุบัน ด้วยความที่ขงจื๊อแทรกซึมเข้าสู่ปฏิสัมพันธ์ของคนเกาหลีในทุกแง่มุม อิทธิพลของมันส่งผลออกมาอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการจัดลำดับชั้นในสังคมนั่นเอง

ย้อนกลับไปในช่วงต้นราชวงศ์โชซอน การสอบผ่านการรับราชการเป็นหนทางเดียวเพื่อเข้าสู่ชนชั้นที่สูงกว่า อันที่จริงแล้วบุตรที่มาจากครอบครัวสูงศักดิ์ก็มักที่จะมีภาษีดีกว่าเสมอ แต่ก็ใช่ว่าจะปิดตายโอกาสของคนที่มาจากครอบครัวยากจนเสียทีเดียว เหล่าหัวกะทิที่ไม่ได้เกิดมาต้นทุนดีเท่าชนชั้นสูง ก็จะใช้การสอบราชการเป็นเครื่องมือไปสู่ความสำเร็จ คนที่สอบผ่านจะได้รับตำแหน่ง ‘ยังบัน’ หรือขุนนาง พร้อมได้รับบำเหน็จเป็นที่ดินไปอีกสามรุ่น ความสำเร็จและความมั่นคงในชีวิตที่คน ๆ นึงได้รับจากความพยายาม มันไม่ได้เพียงแค่ทำให้เขานั้นสบาย แต่โอกาสก็ตกไปเป็นของลูก ๆ หลาน ๆ ด้วย ซึ่งมรดกดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปเรื่อยจนกว่าสมาชิกในตระกูลจะสอบไม่ผ่านติดกันสามรุ่น โดยเป็นไปได้ยากมากหากต้นตระกูลได้ตำแหน่งขุนนางแล้ว

ถึงแม้ระบบดังกล่าวจะถูกยกเลิกไปแล้วนับร้อยปี แต่มันก็ยังแตกรากฐานมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงทศวรรษที่ 80ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นหลังผ่านการทำสงครามมา ผู้คนอดอยาก GDP ประเทศตกต่ำจนถึงขีดสุด ในเมืองเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังไว้ให้ดูต่างหน้า การศึกษาเลยเป็นวิธีเดียวที่จะฟื้นฟูสภาพสังคมของเกาหลีใต้ได้ ตามหลักคำสอนของขงจื๊อกล่าวว่าทุกคนสามารถพัฒนาตนเองได้ด้วยการศึกษา ฉะนั้นรัฐบาลจึงจัดตั้งนโยบายการศึกษาให้แก่ประชาชนทุกระดับได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมกันและเสมอภาค โอกาสมาถึงหนุ่มสาวยากจนที่อาศัยอยู่ตามต่างจังหวัด พวกเขาและเธอยกระดับชีวิตด้วยการอ่านหนังสืออย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะหยิบจับโอกาสทองครั้งนี้ไว้ ด้วยการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์รวมไปถึงคณะดังอื่น ๆ ของสถาบันการศึกษาแห่งชาติที่มีชื่อว่า ‘SKY’ อันประกอบไปด้วย S : Seoul National University มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล K : Korea University มหาวิทยาลัยเกาหลี และ Y : Yonsei University มหาวิทยาลัยยอนเซ เพื่อยกระดับฐานะของตนเข้าสู่ชนชั้นเจ้านาย ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากการสอบชิงยังบันในสมัยโชซอน

กลับมาที่ SKY CASTLE การเน้นย้ำแก่ลูก ๆ ถึงการสืบทอดอาชีพประจำตระกูลสะท้อนให้เห็นภาพของแนวคิดและปรัชญาแบบขงจื๊อที่ถึงแม้จะจางลง ไม่ได้เป็นแนวคิดประจำรัฐแบบสมัยก่อน แต่มันก็ยังสืบทอดผ่านชุดความคิดของผู้หลักผู้ใหญ่ผ่านการปลูกฝังสู่รุ่นลูกรุ่นหลานในครอบครัว นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมตัวละครที่ชื่อ ‘เยซอ’ จะต้องเป็นหมอรุ่นที่สามของตระกูลให้ได้นั้นเอง ทีมผู้สร้างต้องการจะแสดงให้เห็นถึงปัญหาของความเชื่อแบบขงจื๊อที่เข้มข้นที่ยังคงดำเนินอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนกาล ความนับหน้าถือตาในสังคม ศักดิ์ศรี ระบบชนชั้น เป็นเรื่องที่ลูก ๆ จะต้องแบกรับไว้ในฐานะตัวแทนของตระกูล มันทำให้เราฉุกคิดถึงหลาย ๆ ครอบครัวในละคร ว่าเขาเหล่านั้นรักลูกจริง ๆ หรือเห็นเด็กเป็นเพียงเครื่องประดับทางสังคม ที่ตั้งใจเจียระไนไว้ใส่อวดผู้คนเพื่อสนองกิเลสก็เท่านั้น

สามารถรับชมซับไทย ซีรีส์ SKY Castle ทั้งหมด 20 ตอนได้ที่ VIU

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries >> อย่าลืมไปกด Subscribe กันน้า