รีวิวภาพยนตร์ V.I.P. (2017)

มาให้กำลังใจอีจงซอกกับผลงาน ‘ตัวร้าย’ ครั้งแรกในชีวิตการแสดง อีจงซอกลงทุนพลิกบทเป็นวีไอพีโรคจิตที่ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องข้ามประเทศ สนุกโหดเร้าใจกับเกมการเมืองและเหล่าองค์กรที่รุมไล่ตามจับ ชวนลุ้นตลอดเรื่อง

V.I.P. เป็นภาพยนตร์แนวแอคชั่น อาชญากรรม ทริลเลอร์ ที่โด่งดังอีกเรื่องของปีที่ผ่านมา เพราะพระเอกหนุ่ม อีจงซอก รับบทเป็น ‘ตัวร้าย’ ครั้งแรกในชีวิต และยังมีนักแสดงชื่อดังสายแข็งระดับ จางดองกอน คิมมยองมิน พัคฮีซุน มารับบทนำร่วมกัน เรื่องนี้เขียนบทและกำกับโดย พัคฮุนจอง ซึ่งมีผลงานเก่าน่าสนใจ เช่น I Saw the Devil (2010) – เขียนบท, New world (2013) – เขียนบทและกำกับ

นอกจากนี้ก็ยังดังเพราะมีประเด็นฮอตจากกระแสข่าวที่วิจารณ์การใช้ฉากทรมานเหยื่อหญิงร่างเปลือยเปล่าว่าทำเกินความจำเป็น ไม่เหมาะสมต่อเพศหญิง  ซึ่งผู้กำกับก็ได้ชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น เพียงแต่มัวไปเน้นการสร้างภาพอารมณ์ของตัวเอกชายให้เด่นๆชัดๆ จนลืมนึกถึงจิตใจผู้ชมผู้หญิง เขายอมรับว่าแม้ตัวเองจะไม่เชี่ยวชาญการเข้าถึงจิตใจผู้หญิงแต่ยืนยันว่าให้เกียรติผู้หญิงตลอดแน่นอน งั้นมาพิสูจน์หนังกันเลยดีกว่า

รับชมซับไทยได้ที่ VIU

 

V.I.P. เล่าถึงทายาทของผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองในเกาหลีเหนือ เด็กหนุ่มที่ถูกสปอยล์และมีความจิตวิปริตเสพย์ติดความรุนแรง สนุกสะใจกับการทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่า โดยเฉพาะผู้หญิง ทั้งข่มขืน ทารุณกรรม และฆ่าอย่างไร้ความปราณี แต่ไม่มีใครทำอะไรเขาได้เพราะเขาเป็นวีไอพีที่อยู่เหนือกฎหมาย เมื่อฆาตกรโฉดต่อเนื่องคนนี้ระรานเข้ามาในเกาหลีใต้ เขาจะยังถูกปฏิบัติจัดการเยี่ยงวีไอพีหรือไม่ อย่างไร

คิมกวางอิล (รับบทโดย อีจงซอก) เป็นลูกชายคิมโมซุลผู้มีบทบาทสำคัญเรื่องเงินทุนหนุนพรรคใหญ่ในเกาหลีเหนือ ด้วยอิทธิพลของพ่อจึงทำให้เขากร่างคึกคะนองและมีความจิต ก่อคดีฆ่าข่มขืนมากแล้วถึง 12 คดี  เขาทิ้งโค้งโหดสุดท้ายเย้ยตำรวจเกาหลีเหนือไว้ ถึงขั้นฆ่ายกครัวญาติพี่น้องของเหยื่อทั้ง 3 ชีวิตเพื่อปิดเกม แล้วลอยนวลเข้ามาทำชั่วในเกาหลีใต้ต่ออีก 9 คดี สองปีก่อนเคยไปอยู่ฮ่องกง ก็ก่อคดีที่นั่นเช่นกัน สรุปว่าอยู่ที่ไหนก็มีวีรกรรมชั่วเสมอต้นเสมอปลาย แต่รอดได้ตลอดด้วยอภิสิทธิ์พาวเวอร์พ่อคุ้มหัว (บัตรคิวนรกเต็มอยู่หรือไงเนี่ย!!)

เหตุการณ์ที่เกิดในเกาหลีใต้ คือ คิมกวางอิลถูกตามจับจาก 3 หน่วยงาน ที่ต่างก็มีโจทย์ในการฉกแย่งตัวคิมกวางอิลที่ต่างกันไป ได้แก่

รายแรก : สำนักงานตำรวจเกาหลีใต้ เพราะคิมกวางอิลสร้างคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสะเทือนขวัญไว้มาก แม้กระทั่งตำรวจที่เป็นเจ้าของคดีก็ยังไม่รู้ว่าฆ่าตัวตายเพราะกดดันหรือถูกเก็บ  กรมตำรวจเองคงไม่สามารถลอยตัวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้อีกต่อไป จึงเรียกใช้ตำรวจ แชอิโด (รับบทโดย คิมมยองมิน) ตำรวจคนตรงคนจริงที่ถูกโทษพักงานไปก่อนหน้านี้เพราะทำงานด้วยความรุนแรงเกินควร ความบ้าบิ่นดีเดือด หยาบคาย ไร้ความปราณีของเขาจึงคู่ควรสมน้ำสมเนื้อกับการรับมือคิมกวางอิล แน่นอนว่าเขาเริ่มงานทันทีอย่างแข็งขัน สั่งการลูกน้องทำทุกอย่างแบบไม่ต้องเกรงอิทธิพล จะลัดหรือผิดขั้นตอนใดๆก็ไม่ว่ากัน ขอแค่ต้องลากตัวเจ้าฆาตกรโฉดมาให้ได้ไวๆเท่านั้น และทีมนี้ก็เป็นคนได้ตัวคิมกวางอิลก่อนใครเลย แต่ก็ต้องหลุดมือไป

รายที่สอง : หน่วยสืบราชการลับ (NIS) ที่ต้องทำงานอิงการเมืองระหว่างประเทศ และอิงทิศทางผู้บริหาร ซึ่งงานนี้มีนาย พอล เกรย์ ชาวอเมริกัน (มิได้ระบุต้นสังกัดไว้ อาจเป็นพาร์เนอร์สำคัญของหน่วยงาน) มีบทบาทในการแทรกแซง NIS จับตัวคิมกวางอิลด้วย ซึ่งสองปีที่แล้วเขาก็เคยแทรกแซงสร้างฉากสั่งจับและสั่งปล่อยคิมกวางอิลไปแล้วรอบหนึ่ง เที่ยวนี้ก็มาชี้นิ้วอีกเช่นกัน แต่หวังผลแบบไหนต้องไปดูกัน

เจ้าหน้าที่ NIS พัคแจฮยอก (รับบทโดย จางดองกอน) ถูกลูกพี่สั่งการให้ไปเอาตัวคิมกวางอิล ในอดีตเขาและลูกพี่เป็นคนปฏิบัติการจับและปล่อยตัวคิมกวางอิลตามคำสั่งเบื้องบน (ซึ่งคงมีผลประโยชน์การเมืองในระดับสูง) จนทั้งคู่ต่างก็ได้ปูนบำเหน็จรางวัล ได้ตำแหน่งดิบดีมาจนปัจจุบัน แต่ในอนาคตอันใกล้กำลังจะเปลี่ยนนายคนใหม่ ลูกพี่จึงเดาทางรอด สั่งให้จับคิมกวางอิลอีกครั้ง เป็นการเตรียมย้ายข้างรอ

แต่ในที่สุดนายใหญ่เองก็ยังเล่นการเมืองเอาตัวรอดอีกเช่นเคย จึงสั่งให้ฉกตัวกวางอิลมาจากตำรวจและส่งต่อพอลไปจัดการจบเรื่องเองตามทางที่ต้องการ  ดังนั้นพัคแจฮยอกจึงใช้วิธีต่อรองกับสำนักงานตำรวจจนอนุมัติให้ส่งตัวต่อมาแบบเงียบๆ แต่มีหรือที่ตำรวจแชอิโดจะยอมง่ายๆ

และรายที่สาม : นักล่าเอาคืนจากเกาหลีเหนือ อีแดบอม (รับบทโดย พัคฮีซุน) เคยเป็นนายทหารระดับสูงบริหารหน่วยสืบราชการลับ แต่ถูกยุบหน่วย ย้ายไปเป็นตำรวจธรรมดา เพราะพยายามไล่จับคดีคิมกวางอิล จึงโดนไล่ออกและถูกคิมกวางอิลนำพวกมาทำร้ายปางตาย

เขาจึงดั้นด้นตามมาทวงแค้นที่เกาหลีใต้ด้วยตนเอง เขาให้เบาะแสหลักฐานการจับตัวคิมกวางอิลกับตำรวจแชอิโด เพื่อแลกกับการส่งตัวคิมกวางอิลคืนมาให้ เป็นหลักฐานมัดตัวที่จะหาได้จากในกรมตำรวจเองแหละ เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ เป็นคดีฆาตกรรมในฮ่องกงที่เหยื่อเป็นชาวเกาหลีใต้ เห็นหน้าคิมกวางอิลชัดเจนในเทปเลย แต่จะทำให้อีแดบอมจะได้ตัวคิมกวางอิลไปอย่างสมหวังไปง่ายๆจริงหรือ

ช่างเหมือนการวิ่งไล่จับบอลกัน มีกระเด้งกระดอน หลุดมือเองบ้าง ถูกหลอกให้หลุดบ้าง หรือฮั้วกันส่งไปมาก็มี มันส์ดีค่ะ คงต้องไปตามลุ้นกันเองดูนะว่าสุดท้ายแล้ว จะจับตัววีไอพีคนนี้ได้หรือไม่ อย่างไร และฝรั่งพอลที่มีเอี่ยวกับงานนี้ ทำไมเดี๋ยวอยากจับ เดี๋ยวอยากปล่อย และก็แล้วแต่ผู้ชมนะว่าจะเชียร์ใครดี หรือยังเชียร์น้องเป็ดอยู่ก็ย่อมได้นะ

หนังแบ่งเป็นหลายๆ chapter ค่อยๆไล่เรียงเรื่อง ควรดูอย่างละเอียด เพราะบทพูดค่อนข้างเยอะ และในบทพูดมีเนื้อหาที่ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ สำนวนการพูดก็จะเป็นแนวหนังฝรั่งที่ประโยคอาจไม่เรียงคำแบบตรงไปตรงมาหรือจบไม่สุด ทำให้ต้องตั้งใจเยอะหน่อย ต้นเรื่องคือเหตุการณ์เดียวกับท้ายเรื่องที่นำมาเกริ่นก่อนการเล่าเรื่องราวทั้งหมด

แต่โดยรวมผู้เขียนว่าเนื้อเรื่องนี้ก็สนุกดีนะ การทำให้ได้ลุ้นการแย่งกันฉกตัวบ้าง ผลัดจับขั้วร่วมมือบ้าง ทำให้เดาเรื่องไม่ถูก ทำให้สถานการณ์การจับคิมกวางอิลยากไปเองในขณะที่เจ้าตัวเองกลับชิลๆ อีจงซอกมีความมั่นชิลได้น่าหมั้นไส้ทีเดียว

แต่ระดับความรุนแรง ทำร้าย เลือดสาด อาจจะดูโหดไปสักหน่อยถ้าไม่ค่อยคุ้นหนังโทนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ชมที่ติดตามอีจงซอกมา งานเดิมๆของเขาจะเป็นสายรอมคอม สวยงาม ฟิน มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง เจอเปลี่ยนโหมดดาร์คเถื่อนขนาดนี้เข้าไปก็อาจทำใจรับไม่ได้ ก็มีถอยกันไปเยอะ

เคยอ่านสัมภาษณ์อีจงซอกมาว่า เขาอยากรับเล่นเรื่องนี้ เพราะอยากได้บทที่ดูแมนมากๆบ้าง จึงได้สิทธิ์นั้นทันที ข่าวว่าก่อนแสดง ผู้กำกับขอให้อีจงซอกเพิ่มน้ำหนักตัวเพื่อให้หุ่นล่ำแมนขึ้น  แต่ระหว่างถ่ายทำไป ก็ขอให้ลดน้ำหนักกลับลงมาเพื่อให้เหมาะสมกับบทในช่วงที่เหลือ เก่งเนอะ น้ำหนักสั่งขึ้นลงได้ง่ายๆยังกะกดปุ่มออโต้

บทความที่เกี่ยวข้อง : อีจงซอก เผยเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากแสดง “บทร้าย” ในภาพยนตร์ “V.I.P.”

สำหรับลีลาการแสดง อีจงซอกทำได้ดีระดับหนึ่งเลยหละ ถึงจะไปไม่ถึงจุดที่จิตมากๆจนน่ากลัว คงเพราะหน้าเขาหวานฟรุ้งฟริ้งเกินไป แต่มองอีกด้าน ก็ยังมีดีนะ คือ สร้างความ contrast ของความดูเป็นมิตร กับ ความโหดจิต

แต่ฉากอีจงซอกโดนเหยียบหน้านี่ ทำเอาแอบกรีดร้องในใจ สงสารหน้าใสๆมากเลย แต่บทตีรันฟันแทง ผู้เขียนกลับดูได้หน้าตาเฉยๆ 555 ส่วนนักแสดงหลักอีก 3 คน แสดงได้ดีเยี่ยมโลดๆอยู่แล้ว

สิ่งที่เห็นเพิ่มเติมจากหนังเรื่องนี้ คือเนื้อหาที่สอดแทรกความมีการเมืองในทุกองค์กร ทุกคนโดยเฉพาะถ้ายิ่งมีตำแหน่งสูง จะต้องรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง เปลี่ยนจุดยืนได้เพื่อเอาใจนาย โยนความผิดให้แพะลูกน้องได้เพื่อเอาตัวรอด  แม้แต่ตัวพอลเองก็เป็นพวกเล็งแต่ผลประโยชน์ (อันนี้ผู้เขียนว่าลึกๆเขาอาจจะแอบสื่อความเจ้าเล่ห์ชอบเอาเปรียบของอเมริกาด้วยหรือเปล่านะ..)

Trailer :