The Negotiation เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ดีอีกเรื่องหนึ่งของปี 2018 ที่ผ่านมา โดยมีนักแสดงนำแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้ชม อย่าง ฮยอนบิน และ ซนเยจิน ซึ่งผลงานนี้เป็นการมาร่วมงานกันเป็นครั้งแรกของพวกเขาทั้งสองคน ทั้งๆที่ต่างก็โลดแล่นในวงการมายาวนานร่วม 20 ปีกันทั้งคู่ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทำออกมาดีสมการรอคอยของผู้ชม

ว่ากันไปตรงๆตามชื่อเรื่อง The Negotiation คือพล็อตของหนังที่จะเน้นเล่าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิเศษในเหตุการณ์วิกฤติที่มีผู้ก่อการร้ายจับคนบริสุทธิ์เป็นตัวประกัน หวังเรียกร้องความต้องการบางอย่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทีมนี้จะถูกฝึกทักษะการจัดการเพื่อเจรจาต่อรองอย่างมีประสิทธิภาพ มีเป้าหมายคือช่วยตัวประกัน และส่งต่อการจัดการคนร้ายให้ทีมติดอาวุธ

ฮาแชยุน (รับบทโดย ซนเยจิน) สังกัดสำนักงานตำรวจกรุงโซลในตำแหน่งนักเจรจาต่อรองที่มีฝีมือ เคยอยู่สหรัฐอเมริกามาก่อนถูกดึงตัวมาร่วมงานที่เกาหลี เธอมีความโดดเด่นในทีมด้วยความสุขุม สกิลที่ดี และมีทัศนคติยึดมั่นการช่วยชีวิตคนให้ได้

แต่ในวันหนึ่ง เธอก็พลาดกับการช่วยตัวประกันหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ด้วยเหตุสุดวิสัยเพราะทีมติดอาวุธรับคำสั่งหัวหน้า-ผู้กองจอง (รับบทโดย อีมุนชิก) ชิงลงมือตัดหน้ายิงคนร้ายก่อนการเจรจาจะสำเร็จ ทำให้คนร้ายบันดาลโทสะฆ่าตัวประกัน  เธอเสียใจที่พวกเขาต้องตายไปต่อหน้าต่อตา จึงเกิดท้อถอยกับอาชีพนี้จนขอลาออก แต่หัวหน้าจองไม่ยอมรับเรื่อง แถมชิ่งแว็บออกทริปทำงานต่างพื้นที่ไป โดยอนุญาตให้เธอไปพักร้อนสงบใจในระหว่างนี้

ระหว่างนั้น เธอก็ถูกเรียกตัวด่วนกระทันหันจากผู้บัญชาการตำรวจมุน (รับบทโดย ยูยอนซู) เมื่อรีบรุดไปถึงพร้อมกับซีเนียร์ในทีม อันฮยอกซู (รับบทโดย คิมซังโฮ) เธอก็ต้องทึ่งกับจุดบัญชาการปฏิบัติการที่จัดเต็มพรั่งพร้อมอุปกรณ์ และพบกับ เลขากง (รับบทโดย ชเวบยองโม) เป็นเลขาธิการประธานาธิบดี ดูแลสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ  จึงรับรู้ได้ว่าต้องเป็นงานสำคัญทีเดียว แต่ไม่ทันได้ตั้งตัวใด เธอก็ถูกหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฮัน (รับบทโดย จายองนัม) พาเข้าประจำที่ เริ่มการเจรจากับคนร้ายผ่านวีดีโอคอลล์ทางไกลทันที ซึ่งก็คือ มินแทกู (รับบทโดย ฮยอนบิน)

การเริ่มต้นเจรจาไม่ราบรื่นนัก ชะงักจากการแทรกแซงของเลขากงที่ฉุนเฉียวเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ทำเอาเธอเกือบถอนตัวกลางคัน แต่กลับช็อคเมื่อพบว่าตัวประกันว่าเป็นหัวหน้าจอง!! และยังมีตัวประกันอีกคนเป็นชายนักข่าว อีซังม๊ก (รับบทโดย จองอินกยอม) ที่ถูกจับเพราะไปติดตามสืบข่าวมินแทกูถึงเมืองไทย เธอจึงกลับมายอมกลับทำหน้าที่ต่อ และมินแทกูเองก็พึงพอใจที่จะเจรจากับฮาแชยุน มากกว่าที่จะเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง (NIS) โอว! มี NIS เข้ามาเอี่ยวด้วย เพราะอะไร

เป้าหมายการจับตัวประกันครั้งนี้ คือการเรียกร้องให้นำตัวคนที่มินแทกูต้องการมาที่หน้ากล้อง พวกเขาเป็นใครกันบ้าง เกี่ยวข้องอะไร และนำไปสู่การเรียกร้องอะไรที่เป็นเป้าหมายปลายทางของมินแทกู คำถามเยอะแยะ ต้องตามไปลุ้นดูค่ะ

สถานการณ์จะทวีความความตึงเครียด ความกดดัน ทั้งการเพิ่มตัวประกันผู้บริสุทธิ์ การทำร้ายตัวประกัน การบีบคั้นเรื่องเวลา แต่ในขณะเดียวกัน ความจริงก็จะค่อยๆเผยทีละน้อย  ผ่านการยอมบอกเล่าจากทีมบัญชาการส่วนหนึ่ง ผ่านข้อเท็จจริงที่มูแทกูรีดเค้นได้จากแขกที่ถูกบีบบังคับมาเจอตัว  ผ่านการสืบเสาะของทีมฮาแชยุนเอง  เมื่อผู้ชมปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ก็จะพบกับความจริงที่ไม่คาดคิด มาช่วยกันเอาใจช่วย ลุ้นว่า งานนี้ฮาแชยุนจะช่วยใครได้สำเร็จหรือไม่

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือ ฮยอนบิน และ ซนเยจิน นั่นแหละค่ะ ผู้เขียนรู้สึกว่าฮยอนบิน ให้ภาพความร้ายได้ไม่สุด ไม่ค่อยรู้สึกกลัว แม้ว่าจะแต่งลุคช่วยเยอะอยู่ ผู้เขียนอยากขอฟันธงว่าเพราะเขาหล่อเกินไปแน่ๆ 555  จุดแข็งจึงกลายเป็นจุดอ่อน ต้องให้เล่นแต่บทพระเอกถึงจะเหมาะกว่า>< และส่วนหนึ่งก็คงมาจากตัวบทเองด้วยที่ไม่ได้มาโชว์ความโหดหรือฉากรุนแรงนัก

ส่วนทางด้านของ ซนเยจิน ได้เปรียบในส่วนของบทที่มีการบีบคั้นอารมณ์ โกรธ อัดอั้น เจ็บปวด จะได้เห็นซีนน้ำตาอาบใบหน้าที่ได้ฟิลดีมาก

ทั้งคู่เป็นตัวละครที่มีบทกินแอร์ไทม์กันไปเกือบทั้งหมดของเรื่อง ตัวละครอื่นๆจึงเป็นเพียงองค์ประกอบ ที่ไม่ได้มีเรื่องราวขยายความเชิงลึกใดๆสักคน หรือถ้ามีบ้าง ก็เป็นบทที่อาจดูแปร่งๆ หลอกๆ ประดักประเดิดเล็กน้อย จะให้อมยิ้มก็ได้แค่ฝืดๆ แต่ก็ถือว่าดีไปในแง่ได้ดูพระนางกันอิ่มๆ

จุดเด่นอีกอย่างคือ ลีลาการเดินเรื่อง บทถูกวางไว้ที่การไม่รู้อะไรเลย ณ จุดเริ่มดู แล้วค่อยๆเผยเบาะแสทีละเล็กละน้อย ค่อยๆนำมาโยงเรื่องราวเหมือนสาวเชือกให้สุดถึงปลายทาง โดยมีเซอร์ไพรซ์เป็นช่วงๆ ก่อนจะแกะปมใหญ่ ไคลแมกซ์และหักมุม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่ แค่ไม่ได้ฉีกแหวกแนวสักเท่าไรนัก สำหรับผู้ชมที่เชี่ยวการดูหนังสืบสวน ปริศนาหักมุมมาเยอะๆ ก็คงพอคาดเดาเรื่องได้ โดยไม่เซอร์ไพรส์เท่าที่ควร

ในขณะเดียวกัน การค่อยๆปล่อยเบาะแส ต้องอาศัยความอดทนของผู้ชม บวกกับ pace หรือจังหวะเดินเรื่องของหนังเรื่องนี้อาจไม่ค่อยเร้าใจเหมือนหนังแอคชันทริลเลอร์ทั่วไป

จุดที่ดึงดูดความสนใจอีกเรื่อง ก็คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ยกกองถ่ายมาถ่ายทำที่ประเทศไทย ซึ่งเราจะได้เห็นฉากที่คุ้นเคยในเรื่องด้วย

โดยรวมๆ ถือว่าเรื่องนี้สนุกพอใช้ได้อยู่ แค่ยังไม่สุดหรือได้ใจผู้เขียนด้วยหลายๆองค์ประกอบ แต่ยังยืนยันว่าใครเป็นแฟนคลับฮยอนบินกับซนเยจิน ก็ไม่ควรพลาดนะคะ^^

Trailer : 

 

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries >> ช่องทางใหม่ของเรา อย่าลืมไปกด Subscribe กัน!