Room No.7 เป็นภาพยนตร์แนว comedy thriller ที่ได้ฉายโชวที่งานเทศกาลหนัง Cannes Film Festival และ เปิดตัวในงาน Bucheon International Fantastic Film Festival ด้วย เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ ห้องหมายเลข 7 ของร้านเช่าห้องดูหนังรายชั่วโมงแห่งหนึ่ง ทั้งเจ้าของร้าน และลูกจ้างพาร์ทไทม์ ต่างใจตรงกัน แอบใช้ห้องหมายเลข 7 เป็นที่ซุกซ่อนความลับสำคัญของตนไว้

เถ้าแก่ร้าน คิมดูซิก (รับบทโดย ชินฮาคยูน) เป็นเจ้าของ DVD room คือ บริการเช่าห้องรายชั่วโมงเพื่อดูหนัง ในร้านก็จะซอยเป็นห้องปิดเล็กๆหลายๆห้อง วัยรุ่น หนุ่มสาวก็จะมาใช้บริการ ซึ่งบางทีก็ใช้เป็นที่จู๋จี๋เมคเลิฟกันไปด้วย ที่ตั้งของร้านนี้ก็ดีเชียว อยู่ในย่านอัพกูจอง เป็นย่านไฮโซของโซล แต่ทว่า ร้านกลับซบเซามากมาพักใหญ่ละ แถมยังมีคดีแทงกันกันตายแถวร้านเมื่อเร็วๆนี้ จนดูชิกถึงขั้นต้องสบถว่า นี่มัน shitgujeong ไม่ใช่ apgujeong 555 เขาค้างค่าเช่ามา 10 เดือน น้ำไฟก็ยังไม่ได้จ่าย เงินเดือนลูกจ้างคนเดียวของร้านก็ค้างจ่ายมาหลายเดือน

ดูชิกตั้งใจอยากขายร้าน แต่นายหน้าอสังหาฯก็ยังหาผู้ซื้อให้ไม่ได้แม้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ถึงขั้นดูชิกต้องไปโวยวายยื่นคำขาดให้นายหน้าติดต่อหาผู้ซื้อร้านได้โดยด่วนที่สุด โดยยอมเบิ้ลค่านายหน้าให้ด้วยก็ได้

เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้หงุดหงิดง่าย พูดจาหยาบกระด้าง แนวใจร้ายปากร้าย (แต่จริงๆก็ไม่แย่ขนาดนั้นนะ ต้องดูไปเรื่อยๆ) แต่ก็สมควรขี้หงุดหงิดอยู่หรอก ก่อนหน้าที่จะมาทำธุรกิจที่นี่ เขาก็ทำร้านขายผักที่เมืองกิมโปเจ๊งมาก่อน และนี่ก็กำลังจะเจ๊งอีกครั้ง ชีวิตเส็งเคร็ง เฟลตลอด จะขายร้านนี้ก็ยังไม่มีคนซื้อสักที เคืองนายหน้าที่หลอกเขามาเปิดธุรกิจนี้ที่นี่ และสุดเอือมกับความเขี้ยวลากดินรีดเงินเขาทุกจังหวะที่มีโอกาส ลูกน้องก็ไม่ได้ดั่งใจ

แทจอง (รับบทโดย โดคยองซู หรือ ดีโอ) เป็นเด็กหนุ่มยากจน ชีวิตดิ้นรน ต้องดรอปการเรียน ทำงานพาร์ทไทม์หลายที่เพื่อยังชีพ มีสภาพแวดล้อมล่อแหลมต่อการเป็นปัญหาสังคม เขาเป็นคนพูดน้อย บุคลิกแข็งๆ ไม่เป็นมิตร แทจองมีฝันอยากเป็นนักแต่งเพลง เขาพยายามแต่งเพลงส่งเสนอบริษัทต่างๆอยู่ประจำ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เขา tattoo คติเตือนใจที่คอไว้ว่า Frusta laborat qui omnibus placer studet เป็นภาษาละติน แปลว่า He labors in vain who tries to please everybody ตีความได้ว่า ถ้าจะต้องเอาใจใครให้ได้ทุกคน คงต้องทุ่มแรงสูญเปล่า เพราะคุณไม่มีทางเอาใจคนทั้งโลกได้

แทจองเป็นพนักงานพาร์ทไทม์คนเดียวของร้าน DVD room นี้มานาน และไม่ได้รับค่าแรงมาหลายเดือนแล้ว เขาจึงมีหนี้สินคั่งค้างจากเงินกู้ยืมเพื่อเรียนที่ยังเคลียร์ไม่ออกอยู่เยอะ แต่ก็ต้องทู่ซี้อยู่ไปจนกว่าจะได้เงินเพราะรู้ว่าจะมีการขายร้านในไม่ช้า และผู้ซื้อก็กำลังจะมาดูร้าน

ดูชิกจ้างพนักงานพาร์ทไทม์คนใหม่เข้าร้าน คือ โจฮันอุค (รับบทโดย คิมดงยอง) เป็นแรงงานชาวจีน-เกาหลี ผู้มีความเงอะงะ แต่ก็ขยันและหัวอ่อนดี  แม้ว่างานจะเป็นการสลับกะกับแทจอง ดูชิกก็ยังตั้งใจเรียกฮันอุคว่า ผู้จัดการโจ ตลอด (อาจงงว่าจ้างมาทำไม ผู้เขียนประเมินให้เองละกัน ประมาณว่าดูชิกโดนแทจองทวงตังแบบหยามไปหน่อย เลยเอาใจคนใหม่ประชดแทจอง เผื่อแทจองจะออกไปเอง ไม่ต้องเสียค่าจ้างค้างจ่าย และการจ้างคนใหม่มา เขาก็อาจเบี้ยวไม่จ่ายเงินเดือนคนใหม่เช่นกันก็ได้นะ ยิ่งดูเป็นแรงงานต่างด้าวไม่มีปากเสียงด้วย ต้องรอดูสิ้นเดือน 555)

ข้างฝ่ายแทจองที่เข้าขั้นขัดสนสุดๆ แม้จะต้องเอาโน้ตบุคสุดรักไปจำนำ เงินก็ยังไม่พอใช้หนี้ เผอิญว่านักเลงที่เขาเคยคลุกคลีด้วยขอให้เขาช่วยเก็บรักษายาเสพติดถุงหนึ่งไว้ให้ชั่วคราวไม่เกิน 10 วัน เพื่อหลบการกวาดล้างของตำรวจและรอผู้ซื้อรายใหม่ เนื่องจากเห็นว่าร้านที่แทจองทำงานน่าจะซุกซ่อนได้ปลอดภัยดี แลกกับการเคลียร์หนี้คั่งค้างให้แทจองทั้งหมด เขาจึงรับข้อตกลงทันที นำไปซ่อนไว้อย่างดีใต้ช่องเบาะของห้องหมายเลข 7

ห้องหมายเลข 7 คือ ห้องสุดทางของโถงทางเดิน ก็เป็นห้องดูหนังย่อยห้องหนึ่ง แต่ถูกดูชิกนำมาใช้วางเครื่องบูชา เซ่นไหว้ภาวนาให้ร้านมีสิริมงคลทำมาค้าขึ้น ปกติจึงมักเปิดประตูไว้เสมอ เพื่อให้พลังดีๆไหลเวียนออกมาทั่วร้าน

ยังไม่ทันถึงสิ้นเดือน เกิดเหตุซะก่อน ที่ร้านเกิดน้ำรั่วจากเพดาน ผู้จัดการโจอยู่กะ ดูซิกจึงให้ไปจัดการเช็ดน้ำ แต่ผู้จัดการโจผู้เซ่อซ่ากลับโดนไฟรั่ว ชอตตาย!! แต่ดูชิกไม่สามารถปล่อยให้มีข่าวนี้ออกไปได้ เพราะกำลังจะได้ผู้ซื้อร้าน ถึงขั้นมีการนัดหมายมาดูร้านแล้วด้วย เขาต้องซ่อนศพฮันอุคไว้ก่อน ที่ไหนดีหละ ก็ห้องหมายเลข 7 นี่แหละ ห้องเดียวที่ดูชิกจะทำการปิดตายได้ ว่าแล้วก็ล็อคซ้ำล็อคซ้อนอย่างแน่นหนา ห้ามใครเข้าไป

แล้วแทจองจะแก้ปัญหาอย่างไรเมื่อถูกทวงคืนยา ดูชิกจะเก็บความลับศพไปได้ตลอดหรือไม่ ที่ห้องหมายเลข 7 ปลอดภัยที่สุดแล้วหรือยังสำหรับความลับของทั้งคู่ ดูชิกและแทจองจะจัดการกับความลับของอีกฝ่ายอย่างไรให้ตนเองปลอดภัยสุด ตำรวจที่มาตรวจค้นร้านเพื่ออะไร หาอะไร ร้านจะขายออกหรือไม่ ชีวิตนายจ้างลูกจ้างคู่นี้จะลงเอยอย่างไร ต้องไปตามดูกันต่อเองค่ะ

โดยรวม หนังก็สนุกดีนะ แรกๆอาจดูเรียบๆเดินเรื่องเนิบๆฉากนิ่งๆไปหน่อย อารมณ์เหมือนหนังเกรดบีเลย โอย ทำร้ายจิตใจผู้ผลิตเกินไปละ ผู้เขียนเชื่อมั่นในชินฮาคยูน ดีโอ และโปรไฟล์การได้ฉายเปิดตัวในงานเทศกาลหนังระดับชาติ มันต้องมีดีสิ ดูๆไปก็สนุกขึ้นเรื่อยๆค่ะ ส่วนตัวสัมผัสได้ถึงความเป็นตลกร้าย (Black Comedy) คือขำก็ขำ สงสารก็สงสาร ทั้งสถานการณ์ที่เกิดกับผู้จัดการโจ เกิดกับเถ้าแก่ดูชิก ถึงมันจะซีเรียส คับขันอยู่ แต่เราก็อดขำไม่ได้ ซึ่งผู้เขียนเป็นคนชอบหนังตลกร้ายเป็นทุนอยู่แล้ว  ครึ่งหลังของเรื่อง ก็จะได้อารมณ์ลุ้นๆ อยากรู้อยากเห็นว่าจะดำเนินไปอย่างไรต่อ จะจบเรื่องกันอย่างไร

ความตลกร้ายของเรื่องนี้มันจิกกัดความจริงในสังคมไปพร้อมๆกันหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนด้อยโอกาสในสังคมที่มียาเสพติดวนเวียนข้างตัว ชีวิตดิ้นรนของคนวัยสามสิบที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง พ่อค้าคนกลางซึ่งคือนายหน้าผู้ขูดรีดเอาเปรียบทุกเม็ด หรือแม้กระทั่งชีวิตแรงงานต่างด้าวที่เจ็บหรือตายก็ไม่มีใครเหลียวแล เหมือนไม่มีตัวตนในสังคม มันปวดใจเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็นปัญหาของสังคมเมือง ทุกที่เหมือนกันหมด

ระหว่างที่ดูไป ก็นึกตะขิดตะขวงว่า จิกกัดกันขนาดนี้ ตัวเอกของเรื่องก็ดูจะทำเรื่องร้ายไม่แพ้กัน ยังดีที่บทสรุปจบของเรื่องคลี่คลายเรื่องได้ดีในระดับที่พอรับได้

สองดารานำ ชินฮาคยูน และ ดีโอ แสดงได้ดีมาก จับคู่ได้ดีเลยหละ ทำให้ดูเพลิน  ส่วนคิมดงยองก็สวมบทแรงงานต่างด้าวเด๋อๆได้เนียนดี

Trailer :