Miss Baek เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าสะท้อนปัญหาสังคม ที่เน้นเป็นเรื่องหลัก คือ การกระทำรุนแรงต่อเด็กในครอบครัว ติดเรท 15+ เพราะมีฉากและถ้อยคำรุนแรง นอกนั้นก็มีกระทบกระเทียบเรื่องอื่นๆบ้าง เช่น ความเหลื่อมล้ำในสังคม อิทธิพลและอำนาจเงินที่เหนือกฎหมาย

เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายที่งาน 31st Tokyo International Film Festival และ 3rd London East Asia Film Festival in London ความน่าสนใจที่โดดเด่นของเรื่องนี้ อยู่ที่ฝีไม้ลายมือของฮันจีมิน ในฐานะนักแสดงนำหญิง เธอกวาดรางวัลจากหลากหลายเวทีเลยแหละ ไม่ว่าจะเป็น 38th Korean Association of Film Critics Awards, 39th Blue Dragon Film Awards, 5th Korean Film Producers Association Awards และ 3rd London East Asia Film Festival ส่วนของตัวภาพยนตร์เองและนักแสดงบทสนับสนุนก็ได้รับรางวัลด้วยบ้างเช่นกัน

แบ็คซังอา (รับบทโดย ฮันจีมิน) หญิงสาวที่เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีประวัติต้องโทษตอนเป็นวัยรุ่น เธอใช้ชีวิตลำพังเงียบๆ ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินด้วยการใช้แรงงาน และสกิลเล็กๆน้อยๆ คือเป็นพนักงานนวดในร้านสปาเสริมสวย และรับจ๊อบที่ร้านล้างรถด้วย  เธอเป็นคนกระด้าง เย็นชาต่อโลก เพราะอดีตที่เจ็บปวดคอยบดบังหัวใจจากโลกที่สดใส

จางซอบ (รับบทโดย อีฮีจุน) เป็นตำรวจเจ้าของคดีต้องโทษของแบ็คซังอา สมัยวัยรุ่นที่เธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ชายที่กระทำผิดรอดพ้นคดี เพราะมีทั้งเงินและอำนาจปกป้อง เธอกลับกลายเป็นคนต้องรับโทษฐานทำร้ายร่างกาย เหตุผลการป้องกันตัว กลายเป็นฟังไม่ขึ้นซะงั้น จางซอบได้แต่เห็นใจ ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการตามติดคอยช่วยเหลือ ปกป้องเธออย่างจริงใจ จนในที่สุดเขาก็หลงรักเธอ อยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แต่แบ็คซังอาปฏิเสธตลอดมา เพราะจมอยู่กับความเจ็บปวดของคำว่าครอบครัว จนเธอยืนยันว่าไม่สามารถเป็น ‘เมีย’ หรือ ‘แม่’ ให้ใครได้เลยตลอดชีวิตนี้

ในวันที่จางซอบเข้าไปตรวจสถานที่เกิดเหตุแห่งหนึ่งที่มีหญิงสูงวัย จองมยองซุก (รับบทโดย จองยองนัม) เสียชีวิตโดดเดี่ยวในบ้านเก่าๆ เจ้าหน้าที่สวัสดิการรัฐที่มาเยี่ยมเยียนเป็นผู้พบศพและแจ้งตำรวจ สืบพบว่า จองมยองซุกเคยเป็นนักโทษคดีชนคน เหยื่อคือชายที่เคยก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศลูกสาววัยมัธยมของเธอแล้วลอยนวลรอดผิดไป

ชีวิตในอดีตก่อนหน้านั้นของจองมยองซุก ตกต่ำหลังสามีทิ้งไป เธอติดเหล้าอย่างหนัก มักทุบตีลูกสาววัยไม่ถึงสิบขวบอย่างไร้สติเป็นประจำ จึงกลายเป็นความรู้สึกผิดฝังใจ การลงมือแก้แค้นให้ลูกสาว จึงเป็นเรื่องที่แม่อย่างเธอจะพอทำชดเชยให้ลูกได้บ้าง

รูปของจองมยองซุกและลูกสาวในวัยเด็กที่พบอยู่ในบ้าน ทำให้จางซอบพบว่า จองมยองซุกคือแม่ของแบ็คซังอานั่นเอง

แต่เพราะแบ็คซังอามิได้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้น ยังคงฝังใจบาดแผลลึกที่แม่ทิ้งไว้ ทั้งบนร่างกายและจิตใจ การทอดทิ้งเธอตั้งแต่เด็กไว้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้ายโดยลำพังจนมีคดีติดตัว ไร้อนาคตสดใส เรื่องการจัดการศพแม่ จึงเป็นไปอย่างเจ็บปวดและไม่เต็มใจนัก

และเมื่อแบ็คซังอาได้เจอกับเด็กหญิงวัย 8-9 ขวบ ที่เหมือนกระจกสะท้อนตัวเธอในวัยเด็ก คือ คิมจีอัน (รับบทโดย คิมชีอา) ในสภาพเด็กถูกละเลย มอมแมมด้วยผ้าผ่อนที่แทบไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว และยังนุ่งห่มน้อยชิ้นท้าอากาศหนาวเย็นอีก ให้รู้สึกขัดใจตัวเองที่ไม่สามารถเมินต่อสภาพจีอันทุกครั้งที่เจอ จนต้องพาไปซื้อเสื้อผ้าอุ่นๆ พาไปกินให้อิ่มหนำ และพาไปในที่ที่เด็กๆอย่างจีอันควรได้เปิดหูเปิดตา เช่น สวนสนุก ทะเล

แบ็คซังอา กลายเป็น ‘มิสแบ็ค’ ให้จีอัน เพราะเธอไม่ได้คิดจะใกล้ชิดสนิทสนมใดเกินเลยกว่านั้น จึงยอมให้เรียกด้วยชื่อเดียวกับที่เจ้าของร้านสปาเสริมสวยใช้ และการเรียก ‘มิส’ ก็สอดคล้องความตั้งใจเรื่องจะโสดตลอดชาติของเธอ

แม้มิสแบ็คจะไม่ได้แสดงออกอะไรเป็นพิเศษ ทั้งท่าทางและการพูดจาก็ยังดูกระด้างเช่นปกติ แต่จีอันก็สัมผัสได้ถึงความรักและมิตรภาพดีงามจากหัวใจ ที่เธอหาไม่ได้แม้สักเศษเสี้ยวจากผู้ปกครองของเธอเลย

ผู้ปกครองของจีอัน คือ จูมีคยอง (รับบทโดย ควอนโซฮยอน) เป็นเพียงแม่เลี้ยง ที่มาอยู่กับพ่อแท้ๆของจีอัน ทั้งคู่เลี้ยงจีอันเพียงแค่หวังพึ่งเงินอุดหนุนที่เลี้ยงบุตรที่ได้จากสวัสดิการรัฐเท่านั้น เมื่อพ่อของจีอันถูกพบว่าต้องบำบัดอาการติดเหล้า รัฐก็ตัดเงินสวัสดิการนี้ไป ทั้งคู่จึงยิ่งทารุณกรรมจีอันหนักไปอีก ทำให้มิสแบ็คหมดความอดกลั้น จนเกิดเป็นเรื่องราวถึงโรงพัก แต่สุดท้ายจีอันก็ปฏิเสธเรื่องถูกทำร้าย ทำให้มิสแบ็คถูกจูมีคยองขู่แจ้งความกลับ ทั้งเรื่องทำร้ายร่างกาย บุกรุกบ้าน และอาจเป็นภัยกับจีอัน

การย้ายงานและที่อยู่เพื่อไปให้พ้นจากเรื่องกวนใจนี้ เป็นการเลี่ยงที่ดีสำหรับมิสแบ็ค เพราะรอยด่างชีวิตต้องโทษ จะทำให้เธอเสียเปรียบเต็มประตูถ้าจะมีเรื่องกับใคร  แต่ในวันนั้นเอง จีอันก็ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เพราะแอบเห็นมิสแบ็คกำลังจะจากไป ในขณะที่มิสแบ็คก็ทนห่วงจีอันไม่ได้ จึงหวนกลับมา นำไปสู่การพากันหนี และเหตุการณ์ตื่นเต้นที่จะลุ้นว่ามิสแบ็คจะปกป้องจีอันได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ หัวใจของมิสแบ็คจะหลุดพ้นความเจ็บปวดเรื่องแม่หรือไม่ อย่างไร  ไปติดตามดูกันค่ะ

ดูจบ ทุกคนคงรู้สึกทึ่งเหมือนผู้เขียนว่า ฮันจีมินเก่งมาก สมกับรางวัลที่ได้รับ ใครที่เคยดูฮันจีมินในซีรีส์ Familiar Wife หรือ หนังสั้น Two Lights : Relumino หรือภาพยนตร์ Detective K: Secret Of Virtuous Widow จะเห็นได้เลยว่าเธอมีพัฒนาการความสามารถเข้าถึงแต่ละคาแรคเตอร์ที่ต่างกันสุดขั้วได้อย่างเนียนมาก ทุกบทเธอวางอากัปกิริยา น้ำเสียง แววตา ผสมกลมกลืนเป็นธรรมชาติราวกับว่าเธอเป็นตัวละครนั้นๆจริงๆ

ฮันจีมิน เคยให้สัมภาณ์ไว้เกี่ยวกับความตั้งใจเข้าถึงบทบาทด้วยการใช้สถานการณ์จริง เช่น เมื่อต้องมีบทถ่ายทอดอารมณ์ในขณะเมา เธอจะต้องดื่มเหล้าจริงๆ แม้จะไม่มีเวลาเพียงพอให้ดื่มก่อนเข้าฉาก เธอก็จะดื่มจริงในฉากนั้นๆเลย เพื่อให้อารมณ์ที่ออกมาสมจริงที่สุด

สำหรับเรื่องนี้ เธอสามารถถ่ายทอดตัวตนของมิสแบ็คออกมาได้อย่างมีพลัง มีมิติ และมีเสน่ห์มาก ไม่ว่าจะเป็นมุมเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ใต้ความชาด้าน กระด้าง กร้านโลก หรือ พลังและความอบอุ่นที่เล็ดออกมาจากข้างในลึกๆ  ล้วนส่งอารมณ์ถึงทุกมู้ดเลย  น้องคิมชีอาก็แสดงได้ดีเกินเชื่อว่า นี่คืองานแรกของน้อง พอจับคู่กันมาได้ลงตัวดี ชวนน้ำตารื้นตามได้โดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ

แม้ว่าเรื่องราวจะอยู่บนความจริงด้านลบของโลกใบนี้ ชีวิตมีบัดซบ สังคมมีเส็งเคร็ง แต่บทสรุปจากหนังซึ่งคลี่คลายได้เรียลเหมาะสม ก็สามารถสร้างหวังและเป็นกำลังใจดีๆได้อยู่  ชวนตื้นตันในพลัง ‘ฮีโร่’ ของผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่ออกตัวมาแบบติดลบทั้งรูปลักษณ์ ภูมิหลัง และอารมณ์ที่บกพร่องด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นส่วนเกินสังคมที่ใครๆก็เหยียดหยัน แต่เนื้อแท้มีดีเกินคาด สอนให้เราไม่ควรมองข้ามคนกายหยาบแต่ใจละเอียดอ่อน

Miss Baek จึงโดดเด่นด้วยความเป็นหนังที่นางเอกครองบท ‘พระเอก’ หรือจะเรียกว่าเป็นหนังประเภทชูผู้หญิงเป็นหลัก (Female-Centric) ที่น่าสนใจ ดีงามเลยค่ะ ลองดูสิคะแล้วคุณจะรักฮันจีมินมากขึ้นอีกเยอะเลย

สามารถรับชมภาพยนตร์ Miss Baek ซับไทยถูกลิขสิทธิ์ได้แล้วที่ VIU <คลิ๊ก>

Trailer :