ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทุ่มทุนสร้าง รีเมคจากอนิเมะชื่อดังของญี่ปุ่นเรื่อง “Jin-Roh: The Wolf Brigade” ผลงานล่าสุดของผู้กำกับฝีมือดีอย่าง คิมจีอุน เจ้าของผลงานเนื้อหาแน่นๆเปรี้ยงๆ อาทิ The Age of Shadows (2016) I Saw The Devil (2010) The Good, The Bad, The Weird (2008) A Bittersweet Life (2005) A Tale of Two Sisters (2003) และยังตามด้วยความโดดเด่นของดาราระดับแถวหน้าที่ยกทัพมาร่วมจอกันอย่างคับคั่ง จึงกลายเป็นภาพยนตร์ที่ถูกจับตามองและรอคอยการเปิดตัวอย่างมาก

Illang : The Wolf Brigade เริ่มเรื่องจากบริบทระดับชาติ ระดับภูมิภาคกันเลย ว่าเกิดความตึงเครียดของคาบสมุทรเกาหลี ในปี 2024 ที่ต้องเผชิญบรรยากาศสงครามอีกครั้ง เพราะปัญหาความขัดแย้งเรื่องพรมแดนกับจีน ลุกลามไปกระตุ้นให้ญี่ปุ่นหันมาตั้งกองทัพ บานปลายไปถึงทั้งสหรัฐและรัสเซียเข้ามาผสมโรง มาคุกันขนาดนี้ ทางรอดเดียวคือเกาหลีต้องแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้น รัฐบาลเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จึงจับมือรวมประเทศกัน

แต่เหล่ามหาอำนาจทั้ง จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ รัสเซีย ขาประจำที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ใช้แผนคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อต่อต้านการรวมชาติ  ความเป็นอยู่ของประชาชนจึงตกต่ำย่ำแย่มากจนเกิดการประท้วง เหล่ากลุ่มหัวรุนแรงก็พัฒนาไปเป็นกลุ่มติดอาวุธก่อความไม่สงบ ในนามของ ‘เดอะเซคท์’ (The Sect) รัฐบาลเขาสู่สภาวะขาดเสถียรภาพ คุมสถานการณ์บ้านเมืองไม่ได้ เพราะกองกำลังตำรวจปกติก็เอาไม่อยู่ จึงจัดตั้งกองกำลัง ‘หน่วยพิเศษ’ ที่ถูกฝึกปรือมาอย่างดี เหนือกว่ามาตรฐาน เพื่อภารกิจการกวาดล้างปราบปรามเดอะเซคท์โดยเฉพาะ

แต่แล้ว ในภารกิจสั่งสังหารผู้ก่อความไม่สงบครั้งหนึ่ง เหยื่อที่ถูกกราดยิงกลับเป็นเพียงเด็กนักเรียนบริสุทธิ์ 15 คน หน่วยพิเศษกองนี้จึงถูกประณามผลงานว่าเป็น ‘ศุกร์เลือด’ แต่เบื้องบนมิได้แสดงความรับผิดชอบใด กลับปกป้องความอัปยศและตราบาปไว้ด้วยยูนิฟอร์มใหม่ ซึ่งมีหน้ากากเหล็กและหมวกนิรภัยมิดชิด กลายเป็นช่องโหว่ให้ความเถื่อนโหดถูกใช้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่หารู้ไม่ว่า ในอีกด้าน มันกลายเป็นชนวนให้เปิดเกมต่อสู้ลับๆระหว่างความเผด็จการบ้าอำนาจของภาครัฐ กับชีวิตบริสุทธิ์ของประชาชน

ปี 2029 ในวันที่ศูนย์บัญชาการสั่งหน่วยพิเศษ กวาดล้างเดอะเซคท์ให้สิ้นซาก ด้วยการบุกถล่มรังบัญชาการซ่องสุมใต้ดิน แม้จะราบคาบแต่หัวหน้าขบวนการยังหลุดมือไปได้ ในวันนั้นที่หน่วยพิเศษต้องเผชิญหน้ากับสมาชิกเดอะเซคท์รุ่นเยาว์ (รับทโดย ชินอึนซู) ที่ทำหน้าที่ส่งระเบิดให้กองหน้า  บทเรียนของ ‘ศุกร์เลือด’ ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษชะงักการยิงไปชั่วขณะใจ แต่เธอก็เลือกพลีชีพระเบิดไปพร้อมๆกับฝ่ายตรงข้าม ทำให้ร้อยโท อิมจุงคยอง (รับบทโดย คังดงวอน) เจ้าหน้าที่ฝีมือดี ที่เข้าไปป้องภัยให้หัวหน้าทีมของตน คิมชอลจิน (รับบทโดย มินโฮ) จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ อิมจุงคยองเป็นหนึ่งในทีมภารกิจวัน ‘ศุกร์เลือด’ ด้วย

และเหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นประเด็นให้สองขั้วการเมืองในภาครัฐใช้เล่นงานกันเอง หวังชิงอำนาจกัน คือ สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งได้รับคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหน่วยพิเศษว่าใช้ความรุนแรงกับประชาชนเกินเลยอีกแล้วหรือไม่ กับฝ่ายจัดตั้งหน่วยพิเศษ ที่จะต้องถูกสอบสวนและถูกพักงานทีมหน่วยพิเศษ

ฟากของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ  มีผู้อำนวยการคือ อีกีซอก (รับบทโดย ฮอจุนโฮ)  รองผู้อำนวยการ คือ ฮันซางอู (รับบทโดย คิมมูยอล) ซึ่งก็เคยเป็นสมาชิกทีมหน่วยพิเศษที่กราดยิงใน ‘ศุกร์เลือด’ มาก่อน แต่มาชุบตัวเปลี่ยนจับขั้วอำนาจใหม่ ฟากนี้มีอธิบดีตำรวจ คิมมยองเบ (รับบทโดย จองวอนจุง) ร่วมมือด้วย เพื่อทวงคืนอำนาจของตำรวจที่เคยเสียให้กองกำลังหน่วยพิเศษไป

แนวคิดของฝ่ายนี้ คือ ไม่ได้แคร์กับเรื่องรวมชาติหรอก ไม่แคร์การใช้วิธีการสกปรกใดๆก็ได้เพื่อกำจัดทุกคนที่ก่อกวนขวางทาง และเล็งเห็นว่าหน่วยพิเศษเป็นภัยคุกคามของตน เพราะเชื่อว่าภายใต้หน่วยพิเศษ ได้แอบหลบซ่อน ‘กองพันหมาป่า’ ไว้ (อิลลังแปลว่า กองพันหมาป่า) ซึ่งเป็นทีมปฏิบัติการลอบสังหารลับ ที่คอยขัดขวางการทุจริตคอรัปชั่นของวงในราชการ แสดงว่าเหล่าคนสำคัญในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติคงเสียผลประโยชน์

ฟากของหน่วยพิเศษ  มีหัวหน้าหน่วย คือ พัคมูยอง (รับบทโดย คิมพับแล) ซึ่งมีเลขาธิการประธานาธิบดี พัคจองกี (รับบทโดย ชเวจินโฮ) หนุนอยู่  ย่อมไม่พอใจที่หน่วยพิเศษจะถูกพักงาน อำนาจจะหลุดจากมือ เสียเครดิต เสียแรงที่สะสมขุมกำลังมาตั้งหลายปี เพื่อหวังกุมรัฐบาล กุมประเทศ พวกเขาย่อมไม่ยอมเสียท่า

พัคจองกีจึงคิดแผนการเอาตัวรอด คือ จะส่งอิมจุงคยองให้เป็นแพะรับผิดชอบความผิดพลาดงานนี้แต่ผู้เดียว  ให้กลายเป็นเรื่องของปัญหาที่ตัวบุคคล มิใช่ปัญหาองค์กร ข้างหัวหน้าครูฝึก จางจินแท (รับบทโดย จองอูซอง) ก็ยังยืนรับรองให้ว่าลูกน้องผ่านการบำบัดจิตมาอย่างดีแล้วจากเหตุการณ์ศุกร์เลือด มิได้ทำงานบกพร่อง

 

ฮันซางอู นำไดอารี่ของเด็กสาวพลีชีพ มาให้อิมจุงคยองเพื่อให้นำไปคืนพี่สาวของเธอ ทำให้ฮันซางอูได้พบกับ อียุนฮี (รับบทโดย ฮันฮโยจู) เขาและเธอจึงเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่พาไปสู่อีกหลายๆเหตุการณ์สำคัญต่อชีวิตทั้งคู่ มาลุ้นติดตามดูว่า ความลับเบื้องหลังการต่อสู้ หักมุม หลอกล่อ เฉือนคมกันในเกมการเมือง ซึ่งเขาและเธอต่างเป็นเบี้ยบนกระดานที่เดิมพันด้วยชีวิต จะถูกอิมจุงคยองพลิกสถานการณ์กลับมาคุมเกมได้หรือไม่ อย่างไร

เมื่อดูจบ ต้องยอมรับในความโดดเด่นของงาน Cinematography  ฉากโลเคชั่นที่เลือกมาใช้ แม้จะเรียบๆดิบๆ แต่ทรงพลัง เมื่อเจอกับมุมกล้อง แสง เสียง ทำให้มีเสน่ห์ ได้อารมณ์ที่เหมาะกับหนัง  เมคอัพนักแสดงก็มาแบบหน้าดิบๆหยาบๆ ประมาณว่ากระผิวรูขุมขนเห็นได้กันจะๆ  ดูเรียล tough มาก เทคนิคการถ่ายทำโดยเฉพาะฉากต่อสู้ปะทะประจันบานก็อลังการ จัดเต็ม ถล่มกันจริงจัง โซโล่กันแบบยาวๆ เลือกโลเคชั่นได้ส่งบทมาก สร้างความเพลิดเพลินในการชม เหมาะอย่างยิ่งกับคอแอคชั่นที่เสพย์งานอาร์ตไปด้วยในตัว

นอกจากนั้น ว่ากันว่า ชุดเกราะหน่วยรบพิเศษก็ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยทีมงานฮอลลีวู้ดเชียวนะ ทำให้ดูเท่ ขึงขัง อลังดีมาก ช่วยเสริมความขลังของเรื่องได้เยอะเลย

ในด้านของบทเนื้อหา ผู้เขียนไม่เคยอ่านต้นฉบับอนิเมะมาก่อน ด้วยความชอบเสพย์งานเกาหลีที่ขยี้อารมณ์แบบกลมกล่อม จึงค่อนข้างคาดหวัง ซึ่งหลักๆแล้วก็คงต้องขึ้นอยู่กับบทซะมากกว่า ในความเห็นของผู้เขียน ยังรู้สึกได้ถึงการปูเรื่องผ่านการเล่าบรรยายสรุปรวบ ในสไตล์งานญี่ปุ่น การเดินเรื่องด้วยบทที่รวบๆหลวมๆ แม้จะได้ความเข้าใจครบแต่ไม่ได้ขยายความหรือใช้เวลาในการขยี้อารมณ์ได้เท่าเกณฑ์งานเกาหลีเด่นๆที่เคยดูมา ออกจะผิวๆรวบรัดไปหน่อย ทำให้ไม่ค่อยอินตามเท่าไหร่นัก หรืออาจเพราะบทต้นฉบับมาแบบนี้ก็ได้  นี่ขนาดหนังยาวตั้งสองชั่วโมงกว่าแล้วนะ คงเพราะหนังให้น้ำหนักกับบทการปรากฎตัว รวมถึงสกิลการรบของหน่วยพิเศษหรือกองพันหมาป่า จนเรียกได้ว่าฉากแอคชั่นหมู่ หรือ แอคชั่นสองต่อสอง กลายเป็นพระเอกตัวจริงของหนังเรื่องนี้ไป

อย่างไรก็ตาม พลอตของการวางบทฮีโร่และผู้ร้าย ผสมกันอยู่ใต้หน้ากาก ก็เป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจ ทิ้งข้อคิดดีๆ และชื่นชอบประเด็นการเมืองของพลอตเรื่อง จิกกัดนักการเมือง ผู้มีตำแหน่งสำคัญของบ้านเมือง การบริหารเพื่อประโยชน์ส่วนตน นั่งหอคอย ไม่เหลียวแลความจริงเบื้องล่าง ทำให้เกมการเมืองของคนบางกลุ่มกลายเป็นเกมชีวิตของคนบริสุทธิ์อีกมากมาย การใช้อำนาจมิชอบ การหักหลัง ห้ำหั่น เอาเปรียบ สร้างภาพ สร้างแพะ ปกปิดกลบความจริง ช่างเป็นเกมการเมืองที่ซับซ้อนสกปรก แต่มีอยู่จริงในทุกสังคม ตราบใดที่ยังมีคนกระหายอำนาจและผลประโยชน์  และการสร้างพลอตที่อิงการรวมชาติเหมือนจะแฝงสะท้อนว่าเป็นความพยายามที่ไม่ง่ายนักเลย

สำหรับใครที่อยากจะไปตามจัดเรื่องนี้ มีซับไทยถูกลิขสิทธิ์ที่ Netflix สามารถไปดูกันได้

Trailer : 

Advertisements