Feng Shui เป็นภาพยนตร์ลำดับที่สามของชุดภาพยนตร์ไตรภาคที่ว่าด้วยพยากรณ์ศาสตร์  วิทยาการโบราณดั้งเดิมของเกาหลี  ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อให้มีดวงชะตาที่ดี ดำเนินชีวิตได้รุ่งเรือง มีมงคล อันประกอบด้วยนรลักษณ์ศาสตร์ หรือการอ่านโหงวเฮ้งจากเรื่อง The Face Reader (2013) และ การดูดวงสมพงศ์คู่จากเรื่อง The Princess and the Matchmaker (2018)

สำหรับเรื่อง Feng Shui (2018) นี้จะเป็นเรื่องราวของศาสตร์ฮวงจุ้ย อ่านที่ทางหรือผืนดินที่ส่งผลต่อดวงชะตานำพามงคลชีวิต โดยจะเล่าถึงการเลือกฮวงจุ้ยกำหนดพื้นที่สร้างสุสานสำหรับบรรพบุรุษราชวงศ์ ส่งพลังอำนาจรุ่งเรืองให้ลูกหลานได้เป็นกษัตริย์ครองแผ่นดิน ผืนดินชั้นดีซึ่งมีฮวงจุ้ยส่งดวงชะตา ‘กษัตริย์’ สามารถส่งผลให้ทายาทสืบทอดบัลลังก์ได้ต่อเนื่องถึงสองรัชสมัยเลยทีเดียว

เท้าความประวัติศาสตร์ของท้องเรื่องก่อนชม เป็นการอ้างอิงรัชสมัยของพระเจ้าฮอนจง (พระนามเดิม อีฮวาน) กษัตริย์ในลำดับที่ 24 แห่งราชวงศ์โชซอน ที่ได้ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วัย 7 พรรษา ต่อจากพระอัยกาคือพระเจ้าซุนโจ เนื่องจากพระราชบิดาคือองค์รัชทายาทฮยอมยอง (พระนามแต่งตั้งในภายหลังคือพระเจ้ามุนโจ) สิ้นพระชนม์ไปเสียก่อนได้สืบบัลลังก์ ด้วยความทรงพระเยาว์จึงมีพระนางซุนวอน สมเด็จพระอัยยิกาเจ้า เป็นผู้สำเร็จราชการแทน ภายหลังที่พระเจ้าฮอนจงเจริญพรรษาถึงวัยอันควร พระนางซุนวอนจึงลงจากตำแหน่ง แต่ก็ทิ้งอำนาจไว้ในมือของญาติในตระกูล นั่นคือ ตระกูลคิม ส่วนที่เหลือในเรื่องก็เป็นงานแต่งเติมเพื่อความบันเทิงในพลอตของการแย่งชิงบัลลังก์ด้วยฮวงจุ้ย ร้อยเรียงบทสรุปไปถึงรัชสมัยพระเจ้าโกจง กษัตริย์องค์ท้ายๆของการสิ้นสุดระบอบการปกครองด้วยกษัตริย์

หนังเริ่มเรื่องเมื่อคราวองค์รัชทายาทฮยอมยองถูกหมอหลวงลอบวางยาพิษจนสิ้นพระชนม์ พระเจ้าซุนโจผู้เป็นพระราชบิดาได้ไปทอดพระเนตรตำแหน่งพื้นที่ที่เหมาะสมถูกหลักฮวงจุ้ยเพื่อจัดตั้งสุสานให้พระโอรส ให้นำพาความรุ่งเรืองแก่ราชสกุลอี แต่ซินแสฝึกหัดพัคแจซัง (รับบทโดย โจซึงอู) กลับกล้าโพล่งทูลความเห็นต่าง ท่ามกลางหมู่คณะขุนนางและซินแสอาวุโสระดับปรมาจารย์  ว่าฮวงจุ้ยตำแหน่งนี้เป็นอัปมงคล จะทำให้ทายาทสิ้นชีพแต่เยาว์วัย ในขณะที่ผืนดินมงคลอยู่ห่างไปเพียงเล็กน้อย ทำให้ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของซินแสหลวง และเสนาบดีคิมจวากึน (รับบทโดย แพคยุนชิก) ผู้เป็นศูนย์กลางของอำนาจในวัง

พัคแจซัง เป็นบุตรชายของอดีตอาจารย์ซินแสคนเก่งที่เคยไปขัดขาคิมจวากึนจนถูกเนรเทศไปที่ห่างไกล  เชื้อไม่ถึงแถวเพราะเขาเป็นคนหนุ่มที่มีฝีมือ อ่านมากรู้มากตั้งแต่วัยเด็ก มีทั้งพรสวรรค์อัจฉริยะและความมุ่งมั่นการใช้ความรู้เพื่อประโยชน์แก่ราชวงศ์  เมื่อการกระทำของเขาแสดงออกถึงความแหกคอก อาจเป็นเสี้ยนหนามในอนาคต จึงถูกคิมจวากึนสั่งกำจัดโดยการลอบวางเพลิงบ้านพักของเขา และเป็นความโชคดีที่เขาออกมาใช้พงหญ้าแทนห้องน้ำกับกูยงชิก (รับบทโดย ยูแจมยอง) เพื่อนดื่มเหล้าในคืนนั้น  เขาจึงรอดตาย แต่ลูกเมียถูกไฟคลอกสิ้น สร้างความแค้นเคืองให้พัคแจซัง

13 ปีผ่านไป พัคแจซังกลายเป็นซินแสอิสระ ผู้แม่นยำในการชี้แนะฮวงจุ้ยที่ส่งผลดีต่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน การกำเนิดทายาท ความมั่งมี  ทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในหมู่ชาวเมือง ในขณะที่บัลลังก์ก็สืบทอดมาสู่พระเจ้าฮอนจง (รับบทโดย อีวอนกึน) ทายาทขององค์รัชทายาทที่ถูกลอบปลงพระชนม์ หรือก็คือพระราชนัดดาของพระเจ้าซุนโจนั่นเอง พระเจ้าฮอนจงในวัยเด็กก็อยู่ร่วมกับพระอัยกาในคณะสำรวจฮวงจุ้ยสุสาน

แต่ผู้มีอำนาจแท้จริงในโชซอน ก็ยังคงเป็นเสนาบดีคิมจวากึน ผู้มีศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่จากสายพระอัยยิกา เขาสามารถทำให้ท้องพระโรงว่าราชการขององค์ราชาร้างขุนนางได้ เพียงเพราะตรงกับวันเกิดของเขา เหล่าขุนนางจึงพากันมาร่วมอวยพรวันเกิดที่บ้านของเขาแทน นี่จึงเป็นที่ร่ำลือไปทั้งเมืองว่าตระกูลคิมนี่สิเป็นเจ้าเมืองเจ้าแผ่นดินตัวจริง  รวมถึงการรุกคืบเข้าครอบครองที่ดินไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่เขตสุสานหลวง เนื่องจากพื้นที่โดยรอบแห่งนั้นคือมงคลสูงสุด

พระเจ้าฮอนจงเองก็เหลือเพียงพระปิตุลาหรืออา คือ องค์ชายฮึงซอน (รับบทโดย จีซอง) เป็นที่ปรึกษาข้างกายเพียงคนเดียว เขาพยายามช่วยหาแผนการรับมือคิมจวากึน และปกป้องบัลลังก์มิให้ถูกแย่งชิงไปเป็นของตระกูลคิม โดยเบื้องต้น องค์ชายปล่อยวางตัวเป็นคนขี้เมาไร้พิษสง ไม่สนการเมือง ยอมถูกปฏิบัติเยี่ยงหมูหมากาไก่ไร้เกียรติ เพื่อลวงให้คิมจวากึนตายใจ ไม่ระแวงเขา

ความเรืองอำนาจของคิมจวากึนเป็นผลมาจากการที่เขาย้ายหลุมฝังศพของพ่อไปที่ใดที่หนึ่งซึ่งมีฮวงจุ้ยมงคล แต่สถานที่นั้นถูกเก็บเป็นความลับของตระกูล ทำให้พัคแจซังต้องพยายามหาวิธีรู้ให้ได้ว่ามันคือที่ไหน

และเมื่อองค์ชายฮึงซอนตัดสินใจมาพบพัคแจซัง ผู้กล้าเห็นต่างจากคณะซินแสหลวงในอดีต เขาต้องการให้พัคแจซังหาคำตอบว่าสุสานของบรรพบุรุษตระกูลคิมอยู่ที่ใดเพื่อทำลายทิ้ง เบื้องหลังขององค์ชาย ก็พอมีกำลังสนับสนุนสักหยิบมือ เป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆ และพระญาติหนุ่ม วอนคยอง (รับบทโดย คังแทโอ) รวมทั้งสายข่าวซึ่งเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมกีแซง โจซอน (รับบทโดย มุนแชวอน) การร่วมมือกันของทีมนี้จึงเกิดขึ้น ซึ่งพัคแจซังยินดีทำงานถวายราชวงศ์อย่างเต็มที่

และเมื่อพัคแจซังได้ทูลความจริงแก่พระเจ้าฮอนจงว่า แท้จริงแล้วตำแหน่งสุสานพระราชบิดาเป็นที่ดินอัปมงคล จึงเกิดพระราชบัญชาให้ขุดหลุมพระศพขึ้นมา และนั่นคือเรื่องสร้างความสะเทือนใจ และเคืองแค้นยิ่ง

ในขณะที่คิมจวากึน ก็ไม่ใช่คนไร้ฝีมือหรือเกรงกลัวใด เขามีลูกชายที่เป็นมือสังหารโหด คือ คิมบยองกี (รับบทโดย คิมซองคยอน) และมีกุนซือซินแสระดับปรมาจารย์เป็นที่ปรึกษา คือ ซินแสจองมานอิน (รับบทโดย พัคชุนซอน) เขากล้าทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดและมุ่งหวังครอบครองประเทศ  การจะสืบหาความลับของฮวงจุ้ยตระกูลคิม และหาความผิดของคิมจวากึน เพื่อจับมาลงโทษให้ได้ ต้องใช้สรรพกำลังและการขับเคี่ยวเชือดเฉือนกันอย่างมาก ชวนให้ติดตามลุ้นกันต่อเองกับชะตาของโชซอน

ท้ายเรื่องจะมีนักแสดงรับเชิญ ชิมฮีซอบ และ ฮอซองแท มาแจมผูกเรื่องที่ดินฮวงจุ้ยดีงามสำหรับโรงเรียนฝึกทหาร เพื่อการฟื้นฟูประเทศให้กลับมารุ่งเรืองหลังการล่มสลายของจักรวรรดิญี่ปุ่นและสิ้นสุดสงครามแปซิฟิค นั่นคือ ที่มาของชื่อ ชินฮึง ซึ่งคือ Shinheung Military Academy นั่นเอง

โดยรวม ก็เป็นหนังที่สนุกเข้มข้นพอประมาณ ผูกเรื่องได้น่าสนใจดี บนเงื่อนไขแรกคือต้องพอมีความเข้าใจเรื่องศาสตร์ฮวงจุ้ยบ้าง ผู้เขียนสังเกตว่า ถ้าเป็นกลุ่มชาวต่างชาติด้านตะวันตกอาจจะไม่ค่อยอินกับหนังเรื่องนี้  เพราะยากจะเข้าใจถึงเหตุผลที่มาที่ไปของความคิดความเชื่อ แต่ถ้าพอรู้อยู่บ้างก็จะดูสนุกขึ้น ในแง่ที่ได้ติดตามการสืบหาความจริง การขับเคี่ยวพลิกเกมการหักหลังที่คาดไม่ถึงจนชวนขนลุกทีเดียว เป็นการดำเนินเรื่องที่น่าติดตามผ่านงานโปรดัคชันที่ดีใช้ได้เลย

อีกทั้งยังได้ชมดาราฝีมือจัดจ้านมากหน้าหลายตา ถ้าจ่ายค่าตั๋วก็ค่อนข้างกำไรอยู่นะ 555 แม้ว่าบทของบางคนอาจจะน้อยไปนิด ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเยอะ ก็ต้องเกลี่ยบทและเวลากันไป

ท่ามกลางเรื่องราวซีเรียสดราม่า ซึ้งเศร้าหน่วงจิตที่บีบอารมณ์ ก็ยังพอมีมุมขำๆคลายเครียดแซมอยู่บ้าง จากบทของคิมซองคยอนเป็นตัวยืนหยอดมุกเล็กๆเป็นระยะๆ และเสริมด้วยบทของคังแทโอ ซึ่งเป็นคนติดอ่าง แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานก็สามารถลื่นไหลไฟแลบให้ชวนขำก๊ากออกมาได้

การครอบครองผืนดินที่ดีที่สุดเพื่อสร้างสุสานบรรพบุรุษ การครอบครองผืนดินที่เป็นฮวงจุ้ยดวงชะตา ‘กษัตริย์สองรัชสมัย’ ดุจดั่งได้ยึดอำนาจครองบ้านเมือง เป็นมรดกอำนาจที่ส่งต่อถึงลูกหลานของตระกูลได้ มิใช่จบสิ้นแค่ชีวิตเพียงรุ่นเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะจีรังได้มากกว่านั้น นำมาซึ่งสาระสำคัญของเนื้อหาที่หนีไม่พ้นเรื่องความละโมบของมนุษย์ อำนาจที่ไม่เข้าใครออกใคร ความโลภที่ผลักดันให้ทำได้ทุกสิ่งอย่างเหลือเชื่อ คนดีอาจกลายเป็นร้ายเพื่อจัดการคนร้ายให้ได้ คนร้ายอยู่แล้วก็อาจเจอคนร้ายยิ่งกว่า และจะยิ่งเจ็บปวดถ้าเป็นคนใกล้ตัว นั่นคือส่วนหนึ่งของการเมืองจากหน้าประวัติศาสตร์ที่เห็นได้บ่อยๆในหนัง นอกจากนี้แล้วกฎแห่งโลกที่ทุกเรื่องมักมีสองขั้วคานกัน มีดีก็มักมีเสียพ่วงมาด้วย ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ต้องแลกด้วยการเสียอะไรเสมอ ประเด็นของผลแห่งกรรมตามหลักพุทธศาสนาก็มีสะท้อนให้พึงสังวรณ์ด้วยเช่นกัน

เกร็ดความรู้ :

Sponsored by VIU

                                       
                   
                               
แฟนไม่มีไม่เป็นไร แค่มีซีโร่ไนน์ก็พอแล้ว ชมซับไทย “My Absolute Boyfriend” ทันที หลังออนแอร์จบที่เกาหลี!คลิก!!!
       
   

ฮวงจุ้ย เป็นคำภาษาจีนแต้จิ๋ว มาจาก ฮวง แปลว่า ลม ส่วนจุ้ย แปลว่า น้ำ  ถ้าใช้เป็นคำเรียกตามภาษาจีนแมนดาริน คือ เฟิงสุ่ย เขียนเป็นภาษาอังกฤษด้วยคำว่า Feng Shui  จึงหมายถึง สภาวะแวดล้อมหลักของพื้นที่หรือการอยู่อาศัย ที่สอดคล้องกับพลังธรรมชาติของลมและน้ำ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นพลังงานที่สำคัญบนผืนโลก ซึ่งมีการหมุนเวียนเองตลอดเวลาโดยธรรมชาติ  ถูกเรียกว่าเป็นพลัง ‘ชี่’

นักพยากรณ์ฮวงจุ้ยที่ดีต้องอ่านพลังงานของชี่ และ แหล่งที่มาของชี่ให้ออก เพื่อเสริมการนำเข้าพลังที่ดี หรือ ทำลายการปิดกั้นพลังที่ไม่ดี นั่นคือ ให้ชี่ที่ดีสามารถเข้าได้ และ ถ่ายเทชี่ที่เสียออกไป หรือ ปิดกั้นไม่ให้ชี่ที่เสียสามารถเข้าสู่สถานที่ที่เราอยู่ได้

หรือในอีกนัยหนึ่งก็เทียบว่า ฮวงจุ้ย คือศาสตร์การบริหารพลังสมดุลของธรรมชาติ  สร้างสมดุลของพลังหยินและหยางที่ต่างขั้ว เพราะทุกอย่างในโลกแบ่งข้างได้ 2 ฝั่งเสมอ เช่น มืด-สว่าง เคลื่อนไหว-สงบ ร้อน-เย็น  ข้างใดข้างหนึ่งที่มากไปน้อยไป ย่อมส่งผลที่ไม่ดีได้ทั้งนั้น

จะว่าไปแล้ว ศาสตร์ฮวงจุ้ย ก็เหมือนการผสมผสานวิทยาศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์เข้าด้วยกันในวิถีแบบโบราณ ซึ่งยุคสมัยก่อนยังไม่มีวิทยาการและเทคโนโลยีมารองรับหรืออธิบายเหตุผลได้ชัดเจน  ทำให้ใน ณ ยุคนั้นอาจดูเหมือนเป็นองค์ความรู้ด้านปรัชญาซะมากกว่า  แต่เมื่อมาถึงโลกวันนี้ หลายๆอย่างสามารถอธิบายเหตุผลเป็นรูปธรรมเป็นวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจนขึ้น  จึงน่ายกย่องว่าศาสตร์ฮวงจุ้ยเป็นภูมิปัญญาอันฉลาดล้ำของคนยุคโบราณจริงๆ

Heolleung  พระราชสุสานฮ็อลอิลลึง ที่ถูกอ้างอิงในเรื่อง

พระราชสุสานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นที่ฝังพระบรมศพของพระเจ้าแทจง กษัตริย์โชซอนลำดับที่ 3 (ครองราชย์ ปี 1401-1418) และพระเจ้าซุนโจกษัตริย์โชซอนลำดับที่ 23 (ครองราชย์ปี 1800-1910) (คือ พระอัยกาของพระเจ้าฮอนจงในเรื่อง) พร้อมพระมเหสีคือ พระพันปีวอนกย็อง และ พระมเหสีซุนวอน

สุสานฮ็อลอิลลึงมีภูเขาแทโมซาน (Daemosan) ตั้งอยู่เบื้องหลังโอบกอดสุสานหลวง ภายในสุสานแห่งนี้มีรูปปั้นหินจำนวนมาก และยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมและสัมผัสถึงวัฒนธรรมของราชวงศ์โชซอนได้เป็นอย่างดี เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่จะพบประตูสีแดงโดดเด่นที่วาดด้วยสัญลักษณ์หยินหยาง (Taegeuk) เป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกนี้กับอีกโลกหนึ่ง ผ่านประตูสีแดงไปจะนำไปสู่หลุมฝังศพของกษัตริย์ และอาคารที่ตกแต่งด้วยรูปปั้นสัตว์ (Japsang) ซึ่งเชื่อว่าช่วยขับไล่วิญญาณชั่วร้ายออกไปได้

องค์ชายฮึงซอน และบุตรชายอีมยองบก ที่ถูกอ้างอิงในเรื่อง

องค์ชายฮึงซอน หรือเรียกตามยศว่าเป็น แทวอนกุนฮึงซอน เดิมพระนามว่า อีฮาอึง เป็นพระโอรสองค์ที่ 4 ขององค์ชายนัมยอนกับพระชายาจากตระกูลมินแห่งยอฮึง  องค์ชายนัมยอนนั้นเดิมชื่อว่า อีกู เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าอินโจ (กษัตริย์ลำดับที่ 16 ของโชซอน) มาแล้วหลายรุ่น ด้วยความห่างไกลทางสายพระโลหิตทำให้ตระกูลของอีกูมีสถานะเป็นเพียงขุนนางยังบันธรรมดา  ภายหลังที่อีกูได้เข้าเป็นบุตรบุญธรรมขององค์ชายอึนชิน (พระโอรสขององค์ซาโด) เนื่องจากองค์ชายอึนชินต้องพระอาญาถูกเนรเทศไปยังเกาะเชจูและสิ้นพระชนม์ที่นั่น ทำให้ขาดทายาท อีกูจึงได้รับสถานะเป็นองค์ชายและได้รับพระนามว่า องค์ชายนัมยอน  และลีฮาอึงได้รับพระนามว่าองค์ชายฮึงซอน

ราชสำนักโชซอนในสมัยนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของราชนิกูล หรือการปกครองแบบเซโด ซึ่งเป็นการปกครองโดยพระญาติของพระมเหสีหรือพระพันปี ได้แก่ ตระกูลคิมแห่งอันดง ตระกูลโจแห่งพุงยาง และตระกูลฮงแห่งนัมยาง ซึ่งแต่ละตระกูลจะแก่งแย่งผลัดกันมีอำนาจ และมักหาทางกำจัดองค์ชายที่มีความสามารถไปให้พ้นทาง องค์ชายฮึงซอนจึงต้องแสร้งทำเหมือนเป็นคนวิปริตไร้ความสามารถ ขาดสติปัญญา เพื่อที่จะไม่เป็นที่สนใจของตระกูลคิมแห่งอันดงซึ่งมีอำนาจอยู่ในขณะนั้น  จนกระทั่งพระเจ้าซอลจงสวรรคตโดยที่ไม่มีทายาท ทำให้ราชบัลลังก์ขาดผู้สืบทอด องค์ชายฮึงซอนได้เข้าหาพระอัยยิกาตระกูลโจแห่งพุงยาง ผู้ทรงอาวุโสที่สุดในราชสำนักขณะนั้น โดยเสนอให้ยกบุตรชายของตนคือ อีมยองบก ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป เนื่องจากองค์ชายอีมยองบกมีพระชนมายุเพียง 11 พรรษา พระอัยยิกาโจจึงสามารถกุมอำนาจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนได้ ซึ่งพระอัยยิกาตระกูลโจก็ทรงเห็นชอบจึงยกให้องค์ชายอีมยองบกเป็นกษัตริย์เกาหลีองค์ต่อมา นั่นคือ พระเจ้าโกจง

เมื่อพระเจ้าโกจงได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ลำดับที่ 26 ของโชซอนแล้ว องค์ชายฮึงซอนในฐานะพระบิดาของพระเจ้าโกจงจึงได้รับตำแหน่งเป็นแทวอนกุน  อันเป็นตำแหน่งสำหรับพระบิดาของกษัตริย์โชซอนซึ่งมักจะล่วงลับไปแล้ว แทวอนกุนฮึงซอนจึงเป็นแทวอนกุนเพียงพระองค์เดียวที่ได้รับตำแหน่งในขณะที่มีพระชนม์ชีพอยู่  และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระโอรส แทวอนกุนเป็นผู้บทบาทอย่างมากในการเมืองสมัยราชวงศ์โชซอนตอนปลาย

และในรัชสมัยของพระเจ้าโกจง จักรวรรดิญี่ปุ่นที่แผ่อำนาจเข้ามา มีการลอบปลงพระชนม์มเหสีมินจายอง ทำให้พระองค์ต้องลี้ภัยไปรัสเซีย รัสเซียที่ต่อกรกับญี่ปุ่น ได้ให้ความช่วยเหลือยกสถานะโชซอนเป็นจักรวรรดิเกาหลี และแต่งตั้งให้เป็นจักรพรรดิองค์แรกของเกาหลี คือ สมเด็จพระจักรพรรดิโกจงแห่งเกาหลี หรือ สมเด็จพระราชาธิบดีโกจงแห่งโชซอน หลังจากช่วงนี้ คือการสู้รบกันจนญี่ปุ่นชนะรัสเซีย เข้าครอบครองเกาหลี และล้มสถาบันจักรพรรดิเกาหลีในรัชสมัยของสมเด็จจักรพรรดิซุนจงที่เป็นพระราชโอรส (ย่อๆแล้วแต่ยังยาว ช่วงนี้คือที่มีอ้างอิงในซีรีส์ Mr.Sunshine นะคะ ถ้าได้ดูกัน)

สรุปว่าข้อมูลตามประวัติศาสตร์ที่ถูกหยิบมาเป็นไคลแม็กซ์บทจบของเรื่องนี้ คือ สายตระกูลขององค์ชายฮึงซอน ซึ่งคือบุตรชาย-พระเจ้าโกจงเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายและจักรพรรดิองค์แรก ส่วนหลาน-จักรพรรดิซุนจงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้าย นั่นคือจุดสิ้นสุดของระบอบการปกครองโดยกษัตริย์ของเกาหลี

Trailer :