Cook Up A Storm ภาพยนตร์เรื่องแรกของจองยงฮวา ซึ่งเขาได้รับเลือกให้ไปร่วมงานกับทางฝั่งจีน ถือเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อีกเรื่องหนึ่งของจีน ซึ่งทุ่มทุนสร้างด้วยเงินลงทุนถึง 38 ล้านเหรียฐสหรัฐ และเปิดตัวอย่างใหญ่โตฮือฮา พร้อมด้วยกิมมิคในการใช้เทคโนโลยี 4D มาร่วมสร้างความโดดเด่นให้หนัง ซึ่งก็คือการที่ผู้ชมในโรงจะได้รับกลิ่นของอาหารในขณะดูฉากทำอาหารไปด้วย ด้วยงานภาพ เสียง แถมยังมีกลิ่นยั่วซะขนาดนั้น เดาว่าหนังฉายจบ คนดูออกจากโรงมา ร้านอาหารละแวกนั้นน่าจะขายดีเลยทีเดียว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวของสองเชฟมือดีที่มีความต่างสไตล์ระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออกมาเจอกัน และพวกเขาต้องใช้ศักดิ์ศรีความสามารถมาดวลประชันฝีมือกัน เพื่อที่จะได้เป็นสุดยอดเชฟที่จะได้รับการยอมรับสากล

ณ ถนนสายตำนานอาหารอร่อยที่อยู่กับชุมชนมายาวนาน 30 ปี ที่ชื่อว่า Spring ในฮ่องกง  มีร้านอาหารจีนดั้งเดิมที่มีชื่อเสียง ‘Seven’ หรือ ‘ชี’ ในภาษาจีนแมนดารินที่แปลว่า 7  ร้านนี้ทั้งเก๋าและเด็ดเพราะเชฟ ‘สกายโก’ ( ชื่อ Sky แซ่โก มาจากชื่อจีนแมนดารินว่า เกาเทียนซื่อ แปลเป็นไทยคือชื่อท้องฟ้า) (รับบทโดย นิโคลัส เซียะ) ร้านนี้อยู่ยืนยงคู่มากับความเก่าแก่ของถนน จะมีคิวรอยาวเหยียดทุกวัน

อยู่มาวันหนึ่ง เริ่มมีข่าวว่า เมืองนี้จะได้รับการพัฒนา ถนนสายนี้ก็จะถูกรื้อเปลี่ยนแปลงเป็นเมืองใหม่ที่ทันสมัยขึ้น  และแล้วก็มีร้านอาหารใหม่มาเปิดอยู่ตรงข้ามร้าน Seven เป็นร้านอาหารสไตล์ตะวันตก ชื่อว่า ‘Stellar’ ใช้เชฟระดับมิชลิน 3 ดาวจากฝรั่งเศส ที่ผ่านสนามงานเลี้ยงระดับชาววังของฝรั่งเศสมาแล้ว ชื่อว่าเชฟ ‘อันพอล’ (รับบทโดย จองยงฮวา) พอลเป็นลูกครึ่งเกาหลีจีนที่ไปเติบโตในฝรั่งเศส ฝีมือและความสำเร็จของเขาทำให้เขาได้รับข้อเสนอเป็นเชฟบริหารอาร์ตนูโวแฟรนไชส์ แต่เขาปฏิเสธตำแหน่ง ด้วยว่าอยากมาร่วมงานกับเพื่อนสาว ‘มาโย’ ที่ร้านเปิดใหม่ในฮ่องกง

Image result for cook up a storm - jung yong hwaImage result for Cook Up A Storm movie

แน่นอนว่าการเปิดร้าน Stellar มีผลกระทบต่อการดำรงชีพของ Seven ด้วยกระแสโลกเปลี่ยนแปลงทันสมัยขึ้น วิธีการโปรโมตร้านเรียกความสนใจ การออกแบบดีไซน์อาหารที่มีจุดดึงดูดใจ แปลกใหม่ไม่เคยเห็นมาก่อน ร้าน Seven จึงประสบปัญหาลูกค้าบางตาลงบ้าง แต่กระนั้น เชฟสกาย ยังเชื่อในความนานาจิตตังของมนุษย์ผู้จะเลือกเสพย์อาหารที่ตนเองชอบ และเขามั่นใจว่าสิ่งที่เขาเสิร์ฟให้นั้น มันมากกว่าอาหาร มันคือความอบอุ่นคุ้นเคย เหมือนเป็นครอบครัวของคนละแวกนี้ นั่นหมายถึง กินแล้วมีความสุข เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นเชฟของเขา

เมื่อเชฟสกายและเชฟพอลเจอกัน เหมือนเสือปะสิงห์ ตั้งแต่การแย่งปลาคุณภาพเกรดเอที่ตลาดปลา มาจนถึงการเป็นเชฟของร้านที่ตั้งประจันหน้ากัน ประหนึ่งเสือ-สิงห์ในถ้ำเดียวกัน 555 ย่อมต้องมีการปล่อยของ อวดลีลาฝีมือเตรียมและปรุงอาหาร โชว์บลัฟแบบกินกันไม่ขาด จนมีคนยุให้ไปลงแข่งเชฟในรายการทีวีซะเลย ดังระดับประเทศ สุดท้ายไม่ว่าใครจะชนะก็เป็นผลดีต่อถนนสาย Spring นี้อยู่ดี

เวทีแข่งขันเชฟระดับประเทศนี้เป็นการเฟ้นหาสุดยอดเชฟไปแข่งต่อเพื่อล้มแชมป์เทพที่มาเก๊า ซึ่งเทพคนนั้นก็คือ ‘Mountain ko’ (แปลเป็นไทยคือชื่อ ภูเขา) ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆของเชฟสกายนั่นเอง แต่เชฟสกายก็ไม่เคยเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้  เพราะพ่อทิ้งเขาไปตั้งแต่เด็ก ก่อนไปก็โดนหยามฝีมือทำอาหาร ปรามาสว่าระดับนี้ไม่มีทางเติบโตเป็นเชฟได้แน่นอน ทำให้เขาทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจพ่อ และเกิดแรงฮึดเรียนรู้ ฝึกฝนจนมาถึงจุดนี้ ด้วยหวังว่าจะสามารถเป็นที่ยอมรับจากพ่อให้ได้สักวัน

ทั้งเชฟสกายและเชฟพอลต่างก็ผ่านการแข่งขันจนเข้าสู่รอบดวลสุดท้ายของประเทศ ตัดสินโดยคณะกรรมการทรงคุณวุฒิ ซึ่งก็ตัดใจเลือกยากเหลือเกิน เพราะอาหารของทั้งคู่ช่างสุดยอดมาก จนคะแนนเสมอกัน แต่ในที่สุดเมื่อต้องตัดสินชี้ขาดจากประธานกรรมการ เชฟสกายก็พ่ายแพ้ให้กับเชฟพอล ด้วยเหตุผลด้านหน้าตารูปลักษณ์ของอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับสถานการณ์ที่จะต้องเป็นหน้าเป็นตาของระดับประเทศ (เขาคงเน้น First impression ของการมองปราดแรก หรือต้องการลุคเพื่อโกอินเตอร์ ไม่แน่ใจอาจมีนัย)

แต่หลังจากนั้น เชฟพอลก็เจอปัญหาใหญ่ เมื่อประธานร้านต้องการส่ง มาโย เพื่อนสาวของเชฟพอลไปเป็นเชฟร่วมทีมในการแข่งขันในรอบล้มแชมป์ที่มาเก๊า เพียงเพราะประธานต้องการใช้ความเป็นผู้หญิงไปช่วยหลอกล่อดึงคะแนนความสนใจ เชฟพอลไม่เห็นด้วยแน่นอน เพราะรู้ว่าฝีมือเธอยังไม่ถึงขั้น แต่พวกเขาถือไพ่เหนือกว่า เพราะรู้จุดอ่อนของเชฟพอล จุดอ่อนที่ถูกนำมาขู่เชฟพอลนั้น คืออะไร ที่ทำให้เขาถึงขั้นพูดไม่ออก เขาจะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร และสุดท้ายทำไมเชฟสกายจึงกลับกลายเป็นคู่หูเชฟพอลในการแข่งขัน พวกเขาจะบรรลุเป้าหมายของตนหรือไม่ ปมจิตใจของเชฟสกายจะถูกคลี่คลายได้หรือไม่ ต้องไปติดตามชมกันค่ะ

Sponsored by VIU

                                       
                   
                               
แฟนไม่มีไม่เป็นไร แค่มีซีโร่ไนน์ก็พอแล้ว ชมซับไทย “My Absolute Boyfriend” ทันที หลังออนแอร์จบที่เกาหลี!คลิก!!!
       
   

ที่แน่ๆ คือ การันตีว่าความหิวมาแน่นอน โดยรวม หนังไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมากมาย แต่ผู้เขียนหลงเสน่ห์วิธีการปรุงอาหาร เมนูอาหาร ทุกๆเมนูช่างน่ากินที่สู้ดดดดด และยังงานโปรดัคชั่นภาพเสียง สวยงามอลังการละลานตามากๆ รวมหัวกันกระตุ้นต่อมหิวอย่างไม่ปราณี คิดถึงว่าถ้าได้ดูในโรงแบบมีมิติกลิ่นมาด้วย คงต้องขาดใจแน่ 555 ฉากตื่นตาตื่นใจหลายฉาก อาทิ การเลาะเป็ดทั้งตัวออกจากหนังทำเมนูเป็ดขอทาน การแล่เนื้อปลาให้กลายเป็นชิ้นลูกเต๋าเท่าๆกัน ทำหนังปลากรอบให้แบนเรียบบางกรอบ สกิลเทพมาก!

นอกจากนี้ ความตาลายจากการดูเรื่องนี้ ไม่เพียงเพราะชอตอาหารนะ ยังมีการแย่งซีน โดยความหล่อเหลาของจองยงฮวาอีก ละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ คนอะไร้ช่างสะอาดเกลี้ยงเกลา สมกับเป็นเชฟ ทำให้ดูน่ากินทั้งอาหารทั้งเชฟเลยนะเนี่ย 555 ตอนผู้เขียนดูเรื่องนี้ยังไม่มีซับไทยออก เลยยิ่งทวีความตาลายไปอีก เพราะต้องตั้งใจอ่านซับอังกฤษ ซึ่งวางคู่มากับซับจีน ผู้เขียนเคยเรียนจีนมาบ้าง เลยยิ่งง่วนอยากอ่านทั้ง 2 ภาษา ไปพร้อมๆกับสิ่งที่อยากดู  แล้วยังหูอีกค่ะ อยากจะฟังจองยงฮวาพูดอังกฤษ พูดจีนให้เพลินๆหู สรุปว่าเป็นการดูหนังที่มึนที่สุดเลยค่ะ แนะนำนะว่าผู้ชมทุกท่านอย่าดูพากย์ไทยเชียวนะ ให้ดูเป็นซับไทยหรือซับอิงค์จะได้เพลินหูพี่ย้งฟุตฟิตฟอไฟ

อาหารที่เข้าฉากทั้งหลาย มาจากฝีมือการออกแบบจริงของเชฟสกาย หรือ นิโคลัส เซียะ เองเลย เพราะ เขาเป็นผู้จัดรายการอาหารที่มีชื่อเสียง มีมาหลายซีซั่นแล้ว ชื่อรายการ Chef Nic ทุกจานสวยงามสมศักดิ์ศรีมากค่ะ และมีทำอาหารให้ทีมงานในกองชิมด้วยเป็นครั้งคราว เชฟนิคก็หล่อนะ ได้อีกลุค ดูแมนๆเท่ๆดี โอ! อาหารตาอีกละ แล้วผู้ชมอาจจะตาลายเลือกมองไม่ถูกเหมือนผู้เขียนเลยก็ได้นะ

Trailer :