รีวิวภาพยนตร์ Blind (2011)

เมื่ออดีตตำรวจสาว ‘ตาบอด’ เข้าไปพัวพันเป็นพยานคดีชนแล้วหนี แต่กลับบานปลายจนตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์เป็นเหยื่อ รับมือกับอาชญกรโรคจิตแบบประชิดตัว เผชิญนาทีระทึกขวัญ ชวนตื่นเต้น หายใจไม่ทั่วท้อง ลุ้นแล้วลุ้นอีกตลอดเรื่อง แถมด้วยดาราน่าดูน่าชม คิมฮานึล ยูซึงโฮ และพัคโบกอม พลาดไปเสียดายแย่ค่ะ

3152

 

Blind หรือชื่อไทยว่า พยานมืดปมมรณะ เป็นภาพยนตร์แนวอาชญากรรม ทริลเลอร์ ที่ทำรายได้ดีในอันดับต้นๆของปี 2011  เป็นเรื่องที่มักถูกหยิบมาแนะนำให้ชมกันเสมอ เพราะความสนุกตื่นเต้นถึงใจ บทชวนติดตาม และดาราน่าสนใจ  คิมฮานึลได้รับรางวัลจากเรื่องนี้ไปหลายรางวัล รวมทั้งคนเขียนบทก็ได้รางวัลด้วยเช่นกัน

เมืองที่กำลังมีข่าวอาชญากรรม มีคดีหญิงสาวหายตัวไป ที่คาดว่าจะเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีเบาะแสใดๆ

มินซูอา (รับบทโดย คิมฮานึล) เป็นอดีตตำรวจใหม่ที่กำลังจะมีอนาคตที่ดี เพราะเธอมาจากสถานเด็กกำพร้า แต่ปัจจุบันเธอกลับกลายเป็นเพียงสาวตาบอด อาศัยอยู่กับสุนัขนำทาง ชื่อ ซึลกิ (รับบทโดย เจ้าดอลลี่ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ นักแสดงนำใน Hearty Paws ทั้ง 2 ภาค) เธอเคยมีน้องชาย ดงฮยอน (รับบทโดย พัคโบกอม) ที่โตมาด้วยกัน แต่เสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุในวันที่เธอไปจิกดงฮยอนมาจากผับประกวดเต้นฮิปฮอป น้องเสียชีวิตคารถเพราะถูกเธอล็อคกุญแจมือไว้กับราวจับ และเธอเองก็บาดเจ็บจนกลายเป็นคนพิการตาบอด  เป็นตราบาปที่ฝังใจเธอมาตลอด 3 ปี

ในวันที่ซูอามีใจพร้อมจะขอกลับไปเป็นตำรวจอีกครั้ง คาดหวังงานโปรไฟล์เลอร์แทนงานภาคสนาม แต่เธอถูกปฏิเสธ ทำให้เธอจิตตกอีก จึงกลับไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แม่ผู้ปกครองของสถานเลี้ยงกำพร้าก็หวังดีอยากให้เธอไปร่วมงานรำลึกดงฮยอน แต่กลับกลายเป็นตอกย้ำความรู้สึกผิดในใจที่เป็นต้นเหตุให้น้องตาย เธอจึงผลุนผลันกลับบ้านเองในค่ำวันนั้น

รถมาจอดรับซูอา เพราะซูอาได้โทรเรียกแท็กซี่ไว้ ระหว่างทาง รถก็เกิดอุบัติเหตุชนอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง โชเฟอร์บอกว่าเป็นสุนัข และยกศพใส่หลังรถไป แต่ซูอารู้สึกได้ถึงความผิดปกติไม่ชอบมาพากล จึงพยายามจะเซ้าซี้คาดคั้นความจริง จนโชเฟอร์โกรธและผลักซูอาทิ้งไว้ริมถนน แล้วขับรถหนีไป

ซูอาจึงไปแจ้งความว่ามันต้องเป็นการชนคนแล้วหนีอย่างแน่นอน แต่กว่าจะทำให้ตำรวจยอมฟังพยานผู้ตาบอดได้ ก็ต้องใช้เวลาและความพยายามของซูอาเยอะอยู่ ในการทำให้ยอมเชื่อเซนส์การรับรู้ของเธอ ไม่ว่าจะเป็น เสียง กลิ่น สัมผัส และความช่างสังเกตอย่างมีเหตุมีผล จนตำรวจสายสืบ สารวัตรโจ (รับบทโดย โจฮีบง) เริ่มออกสืบหาแท็กซี่คันดังกล่าวพร้อมด้วยรูปพรรณสัณฐานที่ซูอาวิเคราะห์มากับเบาะแสเพียงไม่กี่อย่าง ยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่สารวัตรโจและซูอาก็ไม่ย่อท้อ

ควอนกีซบ (รับบทโดย ยูซึงโฮ) เด็กหนุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งอาหาร เข้ามาให้ข้อมูลหลังเห็นประกาศหาพยาน เขายืนยันว่าเขาเห็นรถคันนั้นในคืนวันเกิดเหตุว่าเป็น รถนอก มิใช่แท็กซี่แน่นอน แต่ด้วยบุคลิกแวนท์ของกีซบที่ดูขาดความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถให้ข้อมูลสนุบสนุนใดได้ ยกเว้นแต่กระต่ายขาเดียวกว่า ‘เห็นกับตา’ น้ำหนักทางซูอาจึงดีกว่า กีซบวัยรุ่นหัวร้อนจึงจากไปอย่างไม่ไยดี ธุระไม่ใช่

เมื่อคนร้ายไหวตัวได้ว่ากำลังถูกคุกคาม มีตำรวจและพยานพยายามจะสืบตามหาเขา ตัวตนและความผิดที่มากกว่าแค่ชนแล้วหนีอาจถูกสาวไส้ เขาจึงชิงลงมือก่อน หวังปิดปากพยาน ช่างกวนใจนัก นั่นจึงเป็นที่มาของเข้าร่วมชะตากรรมเผชิญภัยร้ายตอบโต้ของอาชญากรที่เกิดกับทั้งกีซบและซูอา พวกเขาจะเอาตัวรอดอย่างไร ตำรวจจะตามล่าอาชญากรโรคจิตนี้เจอหรือไม่ คงต้องไปตามลุ้นระทึกกันด้วยตัวเอง จะได้มันส์เต็มเม็ดเต็มหน่วยค่ะ

ผู้เขียนชอบหนังเรื่องนี้นะ ชอบพลอต และชื่นชมบทในหลายจุดเลยเชียว

การเล่นกับ ‘พยาน’ ซึ่งคือ ‘Eyewitness’ หมายถึง คนเห็นเหตุการณ์ แต่พยานเรื่องนี้กลับเป็น ‘คนตาบอด มองไม่เห็น’ ซะนี่  และยังกลับกลายเป็นว่าคุณตำรวจยอมฟังเบาะแสของพยานตาบอด มากกว่า พยานที่เห็นด้วยตา 555 เป็นตลกร้ายเล็กๆอยู่ ก็ต้องโทษเจ้าหนุ่มกีซบที่ดูขาดความน่าเชื่อถือเองแหละมั้ง

ชอบความลุ้นระทึกที่ผู้กำกับตั้งใจโยนใส่ผู้ชม โดยให้คนดูเป็นคนลุ้นแทนซูอา ก็เพราะเธอตาบอด เขาจึงวางฉากให้ตกอยู่ในสถานการณ์เผชิญหน้ากับผู้ร้ายแบบประชิดตัว โดยที่เธอไม่รู้ แต่คนที่รู้คือผู้ชม! หายใจไม่ออกประหนึ่งตัวเองเป็นนางเอกเลย

ชอบความแปลกใหม่ของบทซูอาหนีการไล่ล่าของคนร้าย ที่มีกีซบช่วยเหลือ แต่เป็นการใช้เสียงนำทางพาหนี ผ่านวีดีโอคอลล์ทางโทรศัพท์ แล้วยังต้องพึ่งพาทางเดินเบร์ลบล็อค (Braille Block เป็นทางเดินพิเศษ ออกแบบสากลเพื่อคนพิการ มีผิวสัมผัสเป็นปุ่ม และเส้นริ้ว เพื่อให้รู้ว่าควรหยุด หรือเดินต่อได้) ในสถานีซับเวย์ เท่ากับว่าลุ้นหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

ชอบการดีไซน์ฉากเผชิญหน้าสู้ตาย แบบสะท้อนความมีสติและฉลาดของซูอา ถือว่าเป็นกลศึกชั้นเยี่ยมเลยค่ะ ที่อาศัยจุดอ่อนของตน เปลี่ยนให้เป็นจุดได้เปรียบในสมรภูมิการต่อสู้  ถ้าเป็นที่มืด ซูอาย่อมได้เปรียบกว่าอย่างแน่นอน ผู้ชมจึงเทใจเชียร์อย่างเต็มที่ แต่ใบ้นิดนึงว่าผู้ร้ายเรื่องนี้หนังเหนียวน่าดู สู้กันแทบขาดใจเลย

ชอบการพัฒนาความสัมพันธ์ พี่สาว-น้องชาย ของซูอากับกีซบ ที่ทำบทได้น่ารักดี ชวนคล้อยตาม และทั้งสองก็เล่นได้ดีมากด้วย สำหรับยูซึงโฮ บทเขาทำให้ผู้เขียนนึกถึงความเป็นเด็กเหวี่ยงๆใน The Way Home หนังที่ยูซึงโฮเล่นสมัยอายุ 9 ขวบเลย คือ น่ารักแต่น่าหยิก 555 ถึงแม้ทรงผมของยูซึงโฮเรื่องนี้จะประหลาดหน่อย แต่ก็ยังหล่อน่ารักมาก เหมือนพัคโบกอมที่เล่นนิดเดียว แต่ก็หล่อน่ารักมากเช่นกัน

อื่นๆก็มีดีอีกหลายๆเรื่องนะ น้องโฮ่งดอลลี่น่ารัก หลายๆซีนก็ถ่ายให้เห็นความแสนรู้ น่าเอ็นดู ให้ฟิลเหมือนน้องหมากำลังมีส่วนร่วมในวงสนทนาด้วยเลย บทดอลลี่ในเรื่องนี้ก็เป็นฮีโร่ที่ได้ใจผู้ชมอย่างดี  ส่วนคนร้ายก็แสดงได้จิตน่ากลัวอยู่ แม้จะไม่เน้นฉากเขย่าขวัญแบบสยองๆมากนัก  การจิกกัดระบบทำงานของตำรวจก็ดูจะเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในหนังทั่วไป แต่ก็ยังทำให้ปวดจิตได้ดีอยู่แหละ

ใครยังไม่ได้ชม ควรหามาชมนะ ใครเคยชมไปนานแล้ว หยิบมาดูซ้ำ เพราะตอนนั้นอาจไม่ทันสังเกตเห็นพัคโบกอมก็ได้นะคะ

Trailer :

Advertisements