K-POP Weekly Rewind #1 | มกราคม – ปีใหม่ แนวใหม่ หน้าใหม่ 
เสียงเพลง…สวรรค์ของชาวโสม

ปฎิเสธไม่ได้ว่าในทุกวันนี้วงการเพลง​ K-POP ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในตลาดเพลงที่แข็งแกร่งและหยัดยืนอยู่แถวหน้าของโลก ผู้คนในประเทศกว่าครึ่งชื่นชอบในการร้องคาราโอเกะ กิจกรรมที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นที่นิยมชมชอบอันดับ 1 ของชาวเกาหลีใต้ ทั่วทุกหัวถนนในย่านวัยรุ่นหรือร้านอาหาร มักจะมี “โนแรบัง” ตั้งตระง่านรอรับผู้คนเข้ามาปลดปล่อยความเครียดจากการแข่งขันสูงของสังคมภายนอกและสนุกไปกับเสียงเพลง ด้วยอิทธิพลความชื่นชอบของชาวเกาหลีใต้นี้เอง จึงทำให้อุตสาหรรมเพลงก็ต่างเป็นที่หมายปองของวัยรุ่น ไม่ใช่เพลงแค่ชาวเกาหลีใต้แต่ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติที่ชื่นชอบในวัฒนธรรม K-POP หลายต่อหลายคนก็อยากที่จะเข้ามาตามหาความฝัน ด้วยความที่ตลาดดังกล่าวเป็นเสมือนบ่อนํ้าขนาดใหญ่นี้เอง จึงทำให้ปัจจุบันค่ายเพลงขนาดเล็กต่างก็เปิดตัวขึ้นมาเพื่อนปั้นศิลปินหน้าใหม่กันอย่างล้นหลาม เพื่อมาคานอำนาจกับค่ายเพลงขนาดยักษ์ที่ลงหลักปักฐานมานานหลายทศวรรษ

365 วันฟังกันจนหูแฉะ

แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของศิลปินหน้าใหม่นั้นทำให้ระบบชาร์ตเพลงหัวกระไดไม่แห้ง เพราะทุกๆวันต่างก็มีเพลงใหม่ๆ เข้ามาผลัดเปลี่ยนตำแหน่งบนการจัดอันดับความนิยมอยู่เสมอ ทราบหรือไม่ว่าในปีที่ผ่านมา วงการเพลง K-POP มีเพลงที่ถูกปล่อยออกมาราว 3,800 เพลง(ซึ่งยังไม่นับรวมไซด์แทร็กในอัลบั้ม) จากตัวเลขจะเห็นได้ว่าหากหารเฉลี่ยแล้วอุตสาหกรรมเพลงเกาหลีจะมีเพลงปล่อยออกมาถึงวันละ 10 เพลงเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วจึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะมองเทรนด์ของตลาดเพลงผ่านการคัมแบ็กของศิลปินในแต่ละสัปดาห์ ว่าแนวเพลงไหนกำลังเป็นที่นิยมของหมู่คนฟังรวมไปถึงบรรดานักแต่งเพลง ถึงแม้จะไม่สามารถหยิบยกทุกเพลงมานำเสนอได้ แต่เพลงที่จะหยิบยกมากล่าวถึงในบทความนี้ก็คงจะพอทำให้เราเห็นภาพรวมของวงการเพลงเกาหลีใต้ในแต่ละสัปดาห์

มกราคม – ปีใหม่ แนวใหม่ หน้าใหม่

กลิ่นของความสุขความสนุกสนานในช่วงพักผ่อนยาวจากเทศกาลปีใหม่ยังไม่ทันได้จางหาย บรรดาศิลปิน K-POP ก็เริ่มที่จะเปิดประเด็มชาร์ตเพลงด้วยการคัมแบ็กกันแบบไม่เว้นแต่ละวัน จนทำให้ชาร์ตเพลงร้อนระอุกันตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว เด็กฝึกหัดก็เริ่มเปิดตัวกันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นทั้ง “VERIVERY (เวรี่เวรี่)”, “M.O.N.T (มอนท์)” รวมไปถึง “ONEUS (วอนอัส)” สามบอยกรุ๊ปหน้าใหม่ที่ได้เริ่มต้นทำกิจกรรมในฐานะศิลปินอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ เช่นเดียวกันกับรุ่นพี่ที่ค่อย ๆ ทยอยคัมแบ็ก ศิลปินหน้าเก่าเองก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองเก่าไปตามกาลเวลา เริ่มมีการเปลี่ยนแนวเพลง ท่าเต้น หรือแม้กระทั่งคอนเซปต์ ดังเช่น “Apink (เอพิงค์)” ที่คัมแบ็ก “%% (อึงอึง)” กับลุคเซ็กซี่ซึ่งต่อเนื่องจากการปล่อยเพลงในปีที่ผ่านมา ดังนั้นมวลรวมของวงการเพลง K-POP ในสองสัปดาห์แรกก็ทำให้ผู้ฟังได้รับความรู้สึกแปลกใหม่และสดชื่น สมกับเป็นการเริ่มศักราชใหม่ของอุตสาหกรรมเพลงเกาหลีใต้

1 มกราคม

เริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม ขึ้นปีใหม่ 2019 เราได้รู้จัก “습관 (Bad Habits)” เพลงคัมแบ็กจากอัลบั้ม EP ของดีเจและโปรดิวเซอร์มากความสามารถ “SHAUN (ฌอห์น)” ที่ผันตัวมาทำงานเบื้องหน้ามากขึ้น จากเดิมที่อยู่เบื้องหลังเพลงในคอนเสิร์ตและไซด์แทร็กของศิลปินชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น “EXO (เอ็กโซ)” “Red Velvet (เรด เวลเวด)” และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยปีที่แล้วฌอห์นประสบความสำเร็จอย่างมากกับการส่ง “Way Back Home (2018)” ยืนบนชาร์ตเพลงอันดับหนึ่งอย่าง “Melon (เมล่อน)” ได้สูงกว่า 5 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งถึงแม้จะโดนคำครหาเรื่องการปั่นชาร์ตเพลง หรือที่เรียกว่า “ซาแจกิ” แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันฌอห์นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเพลงของเขานั้นเป็นที่ถูกใจสาธารณชนอย่างแท้จริง

“습관 (Bad Habits)” เพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นทางถนัดของฌอห์น เนื้อเพลงกล่าวถึงความอาลัยอาวรณ์แด่คนรักที่ทิ้งไป บอกเล่าความรู้สึกกระวนกระวายของชายชํ้ารัก ผ่านเนื้อเพลงง่าย ๆ แต่สามารถเข้าถึงใจผู้ฟังได้เป็นอย่างดี นั่นจึงทำให้เพลงดังกล่าวสามารถทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงของเกาหลีได้อย่างง่ายดาย และส่งผลให้ “습관 (Bad Habits)” เป็นอีกหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของฌอห์นต่อจาก “Way Back Home (2018)”

SHAUN (ฌอห์น)

 

2 มกราคม

การกลับมาของหนึ่งในสมาชิกวงบอยแบนด์ระดับตำนานอย่าง “รยออุค” จากวง “ซูเปอร์จูเนียร์” ที่ได้ส่งมินิอัลบั้มเดี่ยวชุดที่สองของเขา หลังจากที่ห่างหายจากการทำกิจกรรมไปนานเนื่องจากต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร โดยรยออุคได้รับการปลดประจำการเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

“너에게 취해 (Drunk on love)” มินิอัลบั้มที่รวบรวมเพลงหลากหลายแนวทั้ง บัลลาด, โฟล์ก, แดนซ์ และอาร์แอนด์บี/โซล เปรียบเสมือนเป็นการนำเสนอแง่มุมหลาย ๆ ด้านของนักร้องหนุ่มมากความสามารถ ซึ่งได้ “너에게 (I’m not over you)” เพลงบัลลาดป๊อปสุดกินใจเป็นไตเติ้ลโปรโมทหลักของการคัมแบ็กครั้งนี้

Ryeowook (รยออุค)

เนื้อเพลงของ “너에게 (I’m not over you)” กล่าวถึงความเศร้าโศกเสียใจของชายที่ต้องจบความสัมพันธ์กับหญิงสาวลง บรรยากาศในเพลงมีเพียงเสียงร้องของรยออุคที่คอยชี้นำผู้ฟังให้เข้าถึงความรู้สึกของเนื้อหา โดยเขาค่อย ๆ เล่าเรื่องราวผ่านนำ้เสียงอันแสนเศร้า ประกอบกับดนตรีที่ใช้เปียโนและวงออร์เคสตราเป็นหลัก จึงทำให้เพลงดังกล่าวเข้ากับบรรยากาศหน้าหนาว(ที่เกาหลี)เป็นอย่างมาก

 

ยังคงมีเพลงออกมาให้เราฟังอย่างต่อเนื่องสำหรับ “N.Flying (เอ็น ฟลายอิง)” วงร็อกแบนด์น้องเล็กจากค่าย “FNC Entertainment (เอฟเอ็นซี เอ็นเตอร์เทนเมนต์)” ที่ถึงแม้จะไม่ได้คัมแบ็กอย่างเป็นทางการ แต่พวกเขาก็ได้ส่ง “FLY HIGH PROJECT” ออกมาให้แฟนเพลงหายคิดถึง ซึ่งปัจจุบันโปรเจ็กต์ดังกล่าวก็เดินทางมาถึงการปล่อยเพลงครั้งที่สองแล้ว โดยได้เพลง “옥탑방 (Rooftop)” เป็นเพลงโปรโมตหลัก และมี “WINTER WINTER” เป็นแทร็กรองไตเติ้ล

ถึงแม้สมาชิกจะเหลือเพียงแค่สี่คน แต่พวกเขาก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นวงร็อกแบบ N.Flying ไว้ได้อย่างดี แน่นอนว่าเป็นวงร็อก เพลงไตเติ้ลโปรโมทก็คงจะหนีไม่พ้นแนวเพลงดังกล่าว “옥탑방 (Rooftop)” เป็นเพลงร็อกที่ไม่ได้หนักหรือมันส์จนกระแทกโต๊ะ แต่เป็นเพลงสนุก ๆ ที่เราฟังแล้วสามารถขยับตัวโยกตามจังหวะเพลงได้อย่างไม่เขินอาย เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงชายที่เปรียบหญิงคนรักเป็นดั่งจักรวาล รวมไปถึงเป็นดวงดาวที่คอยส่องแสงสว่างให้กับตน ฟัง ๆ แล้วอาจจะเศร้า แต่อันที่จริงแล้วเพลงก็ยังมีการเล่าความทรงจำดี ๆ ผ่านเนื้อร้อง ทำให้พอยิ้มออกได้บ้างเมื่อฟังเพลงนี้ ซึ่งจุดเด่นของ N.Flying คือมี “ฮเวซึง” เป็นตำแหน่งร้องหลักของวง ที่เขามีเนื้อเสียงแข็งแรงต่างจากวงร็อกแบนด์วงอื่น ๆ ผสานกับไลน์แรปของ “ซึงฮยอบ” โดยถูกใส่ลงไปอย่างถูกที่ถูกทาง จึงทำให้ N.Flying มีเอกลักษณ์ของวงที่ค่อนข้างชัดเจนและน่าจับตามอง

N.Flying (เอ็นฟลายอิง)

 

เป็นศิลปินสาวอีกหนึ่งคนที่ค้นพบทางสว่างของตัวเองและทำได้ดี จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นไอดอลคนต้น ๆ ที่เราจะนึกถึงหากพูดถึงเพลงโซโล่สำหรับ “ชองฮา” (Chung Ha) สาวมากความสามารถที่โด่งดังด้วยการแข่งขันรายการ “Produce 101 (โปรดิวซ์ วันโอวัน)” จนได้รับการคัดเลือกจากประชาชนเกาหลีให้เป็นหนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป “I.O.I (ไอโอไอ)” หลังจากในปีที่แล้วเธอประสบความสำเร็จอย่างมากกับการปล่อย “Roller Coaster (2018)” เพลงที่ถึงแม้จะไม่ได้ยืนชาร์ตอันดับหนึ่งนานเท่าเพลงดัง ๆ เพลงอื่น แต่เพลงดังกล่าวก็สามารถวนเวียนอยู่ใน TOP10 ของการจัดอันดับความนิยมได้เป็นเดือน ๆ

ครั้งนี้ ชองฮากลับมาพร้อม “벌써 12시 (Gotta Go)” ซิงเกิ้ลคัมแบ็กที่ทำให้เราได้ด้านที่เผ็ดกว่าของเธอ ซึ่งได้นักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง “Black Eyed Pilseung” มาร่วมตอกยํ้าก้าวที่โตขึ้น พร้อมกับท่าเต้นที่เน้นไปที่การโชว์การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างมีศิลปะ

Chungha (ชองฮา)

เนื้อหาของเพลงกล่าวถึงหญิงสาวที่ถูกใจชอบพอกับหนุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกันทุกอย่าง แต่ก็อย่าคิดว่าจะได้ใจง่าย เพราะถึงเที่ยงคืนเวลาเคอร์ฟิวฉันก็จะต้องไปแล้ว แต่อีกใจก็อยากอยู่ต่อจริง ๆ นะ ชองฮาถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ผ่านนํ้าเสียงอันสุดเซ็กซี่และมีเอกลักษณ์ประจำตัว ค่อย ๆ พาคนฟังขึ้นบันไดไปยังจุดสูงสุดของเพลงอย่างช้า ๆ ประกอบกับดนตรีประเภทแดนซ์ที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ดังนั้นจึงทำให้เพลงนี้ไม่ว่าใครได้ยินก็ต้องจำได้และร้องตามไปด้วยไม่ยากอย่างแน่นอน โดยการคัมแบ็กครั้งนี้ของเธอส่งผลให้ชองฮาได้ถ้วยรายการเพลงประจำสัปดาห์ครั้งแรกนับตั้งแต่เดบิวต์มา ถือว่าประสบความสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้นสำหรับไอดอลสาวมากความสามารถคนนี้

 

4 มกราคม

ห่างหายจากการคัมแบ็กบนเวทีรายการเพลงไปนานสำหรับ “ลูน่า” (Luna) หนึ่งสมาชิก “F(x) (เอฟเอ็กซ์)” ต้นปีนี้เธอกลับมาพร้อม “운다고 (Even So)” ซิงเกิลความหมายซึ้ง ๆ ที่รู้ว่าร้องไห้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่ยังอยากที่จะร้องอยู่ดี แค่เพียงอยากขอเวลาให้รักษาแผลใจและหวังว่าสักวันหนึ่งจะเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม เพลงแนวอาร์แอนด์บี/โซล ที่ลูน่าตั้งใจถ่ายทอดผ่านนํ้าเสียงเฉพาะตัวของเธอ สอดประสานกับดนตรีที่ยิ่งเสริมให้เพลงนี้เพราะขึ้นไปอีก เราไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่าเธอเป็นหนึ่งในนักร้องแถวหน้าของ “S.M. Entertainment (เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเมนต์)” ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถและมีเนื้อเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้คนฟังไม่ผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียวกับการปล่อยเพลงโซโล่เดี่ยวของเธอในทุก ๆ ครั้ง

LUNA (ลูน่า)

 

น้องใหม่วงแรกของปี 2019 “M.O.N.T (มอนท์)” บอยแบนด์สามหนุ่มสามมุมอันประกอบไปด้วย “นาราชาน”, “บิชแซอน” และ“โรดา” จากค่าย “Fly Music Entertainment (ฟลาย มิวสิค เอ็นเตอร์เทนเมนต์)” ที่ส่งอัลบั้มเต็มชุดแรกตั้งแต่เดบิวต์กับ “Going up” ที่เลือก “사귈래 말래? (Will you be my girlfriend?)” เป็นเพลงโปรโมตหลักสำหรับการทำกิจกรรมครั้งแรกอย่างเป็นทางการของพวกเขา หลังจากที่หลาย ๆ คนได้รู้จักทั้งสามหนุ่มผ่านรายการเซอร์ไวเวอร์ไอดอลชื่อดัง “MIXNINE (มิกซ์ไนน์)” ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ JTBC ไปเมื่อปี 2018

M.O.N.T (มอนท์)

“사귈래 말래? (Will you be my girlfriend?)” เพลงป๊อปแดนซ์แสนน่ารักสดใส พูดถึงชายซึ่งกำลังจะสารภาพรักแต่ก็เขินอายจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี ที่เหล่านูน่าได้ฟังแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ ถึงแม้เนื้อเพลงและดนตรีของเพลงจะดูน่ารักสดใสวัยประถม แต่เสียงร้องของพวกเขาทำให้เพลงนี้ดูไม่เด็กจนเกินไป ถือว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับเพลงเปิดตัวของมอนท์

 

6 มกราคม

สลัดภาพเจ้าหญิงแห่งวงการเพลงลูกทุ่งโสมขาวไปอย่างสิ้นเชิง การกลับมาของ “ฮงจินยอง” ด้วยการปล่อยเพลงประเภทบัลลาด ซึ่งมีน้อยครั้งนักที่เราจะได้ฟังเพลงแนวนี้จากเธอ “사랑은 다 이러니 (Love Is…)” ซิงเกิลใหม่อันว่าด้วยหญิงคนหนึ่งที่กำลังจมอยู่กับความเศร้าเพราะชายคนรักที่ทิ้งไป ก็ได้แต่เฝ้าถามฟ้าว่ารักมันเป็นเช่นนี้เองหรือ

ฮงจินยองบอกเล่าความหมายที่ลึกซึ้งในเนื้อเพลงเพลงผ่านเสียงอันไพเราะของเธอ และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าตั้งคำครหาในนํ้าเสียงของลูกทุ่งสาวคนนี้แน่นอน ตลอดสามนาทีของเพลงเราจะไหลไปกับเรื่องราวแบบไม่รู้สึกตัว ทำนองมีเพียงแค่เครื่องดนตรีง่าย ๆ ซึ่งนั่นทำให้เสียงของฮงจินยองโดดเด่นและกินใจ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ควรเก็บไว้ในเพลย์ลิสต์สำหรับคนที่ชอบเพลงแนวบัลลาด

Hong Jin Young (ฮงจินยอง)

 

7 มกราคม

หลังจากสร้างแฟนเพลงอย่างถล่มทลายไปเมื่อปีที่แล้วกับ “사랑을 했다 (LOVE SCENARIO) (2018)” ด้วยการทำ PAK (Perfect All Kill) กว่า 200 ครั้งภายในเวลาเพียงเดือนนิด ๆ ส่งผลให้ทั่วทุกหัวตรอกซอกซอยตามย่านยอดฮิตของเกาหลีต้องเคยเปิดเพลงนี้ ลามไปถึงเด็กวัยประถมตัวกระเตาะต่างก็ร้องเพลงของพวกเขาได้ ซึ่งนี่ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเพลงเกาหลีใต้อย่างที่ไม่ค่อยได้พบเห็นมากนักในช่วงเคป๊อปยุคใหม่นี้

“NEW KIDS REPACKAGE : THE NEW KIDS” อัลบั้มรีแพคเกจจาก “iKON (ไอค่อน)” ซึ่งทั้งเจ็ดหนุ่มเลือกที่จะใช้เพลงบัลลาดป๊อปร็อกตามสไตล์ของพวกเขาอย่าง “I’M OK” เป็นไตเติ้ลโปรโมตหลักในต้นปีนี้ โดยสมาชิกอย่าง “บีไอ” ได้แสดงพรสวรรค์ของเขาอีกครั้งกับการแต่งเพลงดังกล่าว รวมไปถึงได้ “บ๊อบบี้” มาร่วมประพันธ์เนื้อเพลง โดยความหมายในภาพรวมจะเปรียบเสมือนซีรีส์ภาคต่อที่เนื้อหาเชื่อมโยงกับสองเพลงก่อนหน้า

iKON (ไอค่อน)

“I’M OK” บอกเล่าเรื่องราวของชายชํ้ารักที่เพิ่งจะพ้นผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุดของชีวิต และวันนี้กำลังจะดีขึ้น บาดแผลความเจ็บปวดในใจกำลังค่อย ๆ จางหายลงตามกาลเวลา ไอค่อนถ่ายทอดเนื้อเพลงด้วยวิธีการร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของวง เมโลดี้ป๊อปร็อกผสานกับเครื่องดนตรีสังเคราะห์ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองมาก นั่นเลยทำให้ภาพรวมของเพลงชัดเจน จัดเต็มทั้งร้องและแรป รักษามาตรฐานของวงไว้ได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

 

เป็นอีกหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปไม่กี่วงที่เมื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์แล้วจะยังคงกระแสดีไม่มีตก “Apink (เอพิงค์)” กลับมาในต้นปีนี้ด้วยการคัมแบ็กมินิอัลบั้มชุดที่แปด “PERCENT (เปอร์เซ็นต์)” โดยได้ “%% (อึงอึง)” เป็นเพลงไตเติ้ลโปรโมท แน่นอนแล้วว่าหลังจากนี้พวกเธอจะยึดคอนเซปต์เซ็กซี่เกิร์ลครัชเป็นแก่นหลัก หลังพัฒนาการมาเรื่อย ๆ จากเด็กสาววัยใสสู่เพื่อนหญิงหลังหญิง เนื้อเพลงที่ค่อนข้าง empower กับสตรี นั่นเป็นสิ่งที่เอพิงค์หยิบยกขึ้นมาเป็นตัวชูโรงตั้งแต่ “1도 없어 (I’m So Sick) (2018)” คัมแบ็กที่แล้ว ซึ่งค่อนข้างฮือฮาและแปลกใหม่ ไม่ใช่แค่กับแฟนเพลง แต่ยังรวมไปถึงบุคคลภายนอกที่มีภาพจำของพวกเธอเป็นเด็กสาววัยใส การเปลี่ยนแนวเพลงและลุคของเอพิงค์ถือว่าประสบความสำเร็จมาก และทำให้คนจดจำพวกเธอในแง่มุมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ความเซ็กซี่เกิร์ลครัชที่เอพิงค์ใส่ลงไปใน “%% (อึงอึง)” ไม่ได้ฉูดฉาดมากจนเกินเบอร์ แต่มันค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองมากจนไม่ได้รู้สึกว่าพลิกไปไกลจนความเป็นพวกเธอหายไป เนื้อหาของเพลงกล่าวถึงการคาดคั้นชายที่ถึงแม้จะชอบแค่ไหนแต่ถ้านิสัยโลเลฉันก็ไม่แคร์ เล่าผ่านดนตรีสังเคราะห์ที่มีเสียงตบแปะและเสียงการแตกหักเป็นบีทหลักของทำนอง รวมไปถึงอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นจุดแข็งของวงคือการที่เอพิงค์มีเมนโวคอลอย่าง “อึนจี” ที่เสียงค่อนข้างแข็งแรง ทำให้เพลงนี้ดูเป็นเพลงที่เหมาะสำหรับสาว ๆ จิตใจก้าวหน้ากล้าแกร่งเป็นอย่างมาก

Apink (เอพิงค์)

 

กลับมาอีกครั้งหลังห่างหายจากการปล่อยเพลงแบบเต็มวงไปนานสำหรับบอยกรุ๊ปอย่าง “KNK (คือนาคึน)” ซึ่งพวกเขาได้ส่ง “Lonely Night” ซิลเกิลคัมแบ็กใหม่ออกมาให้แฟนเพลงได้หายคิดถึง เนื้อหาของเพลงที่ว่าด้วยความหลงไหลในหญิงสาวที่พบเจอและยากจะลืมเลือน จนเก็บเอามาฝันถึงเธอในยามคํ่าคืน แนวเพลงแดนซ์ที่มีทำนองอันเป็นสไตล์ของวงอย่างชัดเจน ด้วยเสียงเครื่องเป่าสังเคราะห์ที่ช่วงหลังมานี้ถูกใช้เกือบแทบจะทุกเพลงของคือนาคึน ทำให้ภาพจำของพวกเขาต่อผู้ฟังเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น เสียงร้องของสมาชิกทั้งห้าทำให้เพลงนี้เต็มไปด้วยความเซ็กซี่แบบผู้ชาย ๆ ซึ่งเชื่อเลยว่าสาว ๆ คนไหนที่ได้ฟังก็ย่อมที่จะใจละลายไปกับพวกเขาอย่างแน่นอน

KNK (คือนาคึน)

 

8 มกราคม

เกิร์ลกรุ๊ปหนึ่งเดียวในปัจจุบันของ “Starship Entertainment (สตาร์ชิป เอ็นเตอร์เทนเมนต์)” อย่าง “WJSN (อูจูโซนยอ)” ที่แฟนซีรีส์หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตา “โบนา” หนึ่งในสมาชิกที่ได้รับบทบาทการแสดงในละครโทรทัศน์ช่องสาธารณะเมื่อปีที่ผ่านมา รวมไปถึง “ยอนจอง” เมนโวคอลของวงที่โดดเด่นจากการเข้าแข่งขันในรายการเซอร์ไวเวอร์ไอดอลชื่อดัง “Produce 101 (โปรดิวซ์ วันโอวัน)” จนได้รับเลือกจากประชาชนชาวเกาหลีใต้ให้เป็นหนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป “I.O.I (ไอโอไอ)” ในต้นปีนี้พวกเธอก็เลือกที่จะปักหมุดเพื่อปล่อยคัมแบ็กมินิอัลบั้มชุดที่หก “WJ STAY?” ในต้นเดือนมกราคมเช่นเดียวกันกับไอดอลกรุ๊ปรุ่นพี่ ที่ค่อย ๆ ทยอยปล่อยเพลงกันเกือบทุกวัน

ถึงแม้สมาชิกชาวจีนทั้งหมดจะติดสัญญาจนไม่สามารถมาร่วมคัมแบ็กกับวงได้ เนื่องจากติดอันดับเดบิวต์ในการแข่งขัน “Produce 101 China (โปรดิวซ์ วันโอวัน ประเทศจีน)” แต่อูจูโซนยอก็ยังเดินหน้าทำกิจกรรมต่อไป เหมือนกันกับช่วงการคัมแบ็กมินิอัลบั้มชุดที่ห้า “WJ PLEASE?” ที่วางขายเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ซึ่งการกลับมาครั้งนี้พวกเธอเลือก “LA LA LOVE” เป็นไตเติ้ลหลักในการโปรโมท โดยได้ “진리 (Full8loom)” นักแต่งเพลงคู่บุญรองจาก “E.ONE” ที่ครั้งที่แล้วได้ส่งเพลง “부탁해 (SAVE ME, SAVE YOU)” ให้พวกเธอ และนั่นทำให้อูจูโซนยอชนะรายการเพลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดบิวต์มากว่าสองปี

WJSN (อูจูโซนยอ)

“LA LA LOVE” เป็นเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงที่ความรักเบ่งบานขึ้นในใจแบบไม่ทันได้รู้ตัว ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แค่เขาหัวเราะออกมาก็รู้สึกหลงรักจนอยากอยู่กับชายคนนั้นไปตลอดกาล เสียงของสาว ๆ ทั้งสิบสอดผสานกับทำนองของเพลงที่เป็นแนวป๊อปสังเคราะห์ได้ดี รวมไปถึงท่อนไฮโน้ตของยอนจอนที่เป็นไม้ตายของวงในทุก ๆ คัมแบ็ก เพลงนี้น่าสนใจที่ทุกอย่างเริ่มทำให้สไตล์ของอูจูโซนยอเด่นชัดมากขึ้นจากครั้งที่แล้ว แทบจะเรียกได้ว่าหากเพลงนี้ดังขึ้นมาจะต้องรู้แน่นอนว่าเป็นของพวกเธอ มวลรวมของเพลงเป็นไปในทางเดียวกันกับอัลบั้มก่อน ๆ มีท่อนจำที่น่าตราตรึงใจ นั่นทำให้เอกลักษณ์ของวงค่อย ๆ แข็งแกร่งในทุกครั้งที่ปล่อยเพลงออกมา

ในส่วนของเพอร์ฟอร์แมนซ์ อูจูโซนยอพัฒนาการจัดไลน์เต้นจนแก้ปัญหาความรกเวทีจากการที่สมาชิกมีจำนวนเกินโหลได้แล้ว จนได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปที่มีท่าเต้นโดดเด่นและเข้าที่เข้าทางถึงแม้จะมีคนเยอะก็ตาม องค์ประกอบทั้งหมดนี้จึงทำให้คัมแบ็กดังกล่าวเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกอันของทั้งสิบสามสาว

 

9 มกราคม

ห่างหายจากการเดบิวต์วงบอยกรุ๊ปใหม่ไปร่วมแปดปีสำหรับ “Jellyfish Entertainment (เจลลีฟิซ เอ็นเตอร์เทนเมนต์)” หลังจากเปิดตัว “VIXX (วิกซ์)” เมื่อปี 2012 จนถึงปัจจุบัน Jellyfish ก็ซุ่มเงียบเรื่องการเปิดตัวบอยกรุ๊ปใหม่ กระทั่งมาถึงปี 2019 นี้ Jellyfish เองก็ไม่พลาดด้วยการส่ง “VERIVERY (เวรี่เวรี่)” เดบิวต์รับต้นปี ปล่อยพลังความสดใสขึ้นแท่นดาวดวงใหม่ของอุตสาหกรรมเพลง

“VERI-US (เวรี่-อัส)” มินิอัลบั้มแรกของหนุ่ม ๆ ทั้งเจ็ดคน ซึ่งประกอบไปด้วย “ดงฮอน”, “โฮยอง”, “มินชาน”, “กเยฮยอน”, “ยอนโฮ”, “ยงซึง” และ“คังมิน” ที่มีคอนเซปต์หลักของวงคือครีเอทีฟไอดอล โดยพวกเขาเลือกที่จะใช้เพลง “Ring Ring Ring” เป็นแทร็กโปรโมท ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากเนื่องจากสไตล์ของพวกเขาต่างจากวิกซ์ รุ่นพี่ในค่ายอย่างสิ้นเชิง

“Ring Ring Ring” เพลงที่จะบอกว่าเป็น OST ของละคร “Reply” ก็คงจะดูไม่น่าแปลกใจ เพราะเนื้อเพลงพาพวกเราย้อนกลับไปยุคที่อินเตอร์เน็ตยังไม่ถือกำเนิด การบอกรักกันผ่านสายโทรศัพท์มันช่างเป็นอะไรที่หอมหวานชวนให้หวนถึง สิ่งที่เพลงดังกล่าวต้องการจะสื่อก็คือความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางเทคโนโลยีที่ยังไม่รุ่งเรืองเท่าปัจจุบัน การต้องมานั่งรอเสียงโทรศัพท์ดังในทุก ๆ วันมันช่างเป็นอะไรที่สุดแสนจะตื่นเต้น แต่แค่เนื้อเพลงก็อาจจะไม่พอที่จะทำให้เราเข้าถึงความ 90s ได้มากนัก เพราะฉะนั้นเวรี่เวรี่เลยพาคนฟังนั่งไทม์แมชชีนไปแบบสุดตัวด้วยการที่ทั้งเพลงมีบีทหลักเป็นดนตรีสไตล์ 90s ทศวรรษที่วงการเพลงได้เบ่งบานอย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นวงที่ค่อนข้างใจกล้ากับการเปิดตัวด้วยเพลงเรคโทรจ๋ามาก ๆ จึงทำให้เวรี่เวรี่เป็นอีกหนึ่งบอยกรุ๊ปที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในปี 2019

VERIVERY (เวรี่เวรี่)

 

ถึงเวลาแล้วที่ “มามามู” (MAMAMOO) จะได้เป็นคุณมัมเต็มตัว เมื่อ “RBW Entertainment (อาร์บีดับบลิว เอ็นเตอร์เทนเมนต์)” ส่งบอยกรุ๊ปหน้าใหม่ “ONEUS (วอนอัส)” เดบิวต์ในช่วงต้นเดือนมกราคมเช่นเดียวกัน หลังจากที่สมาชิกก็ต่างพากันเดินสายเปิดตัวในฐานะเด็กฝึกหัดของค่ายผ่านรายการเซอร์ไวเวอร์ชื่อดัง ทั้ง “Produce 101 season 2 (โปรดิวซ์ วันโอวัน ซีซั่น 2)” และ“MIXNINE (มิกซ์ไนน์)” ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

ONEUS เปิดตัวพร้อมกับสมาชิกหกคน ซึ่งได้แก่ “เรวึล”, “ซอโฮ”, “อีโด”, “กอนฮี”, “ฮวานอุง” และ“ชีอน” ด้วยมินิอัลบั้มแรกในชีวิตของพวกเขา “LIGHT US (ไลท์ อัส)” พร้อมกับเพลงโปรโมทสไตล์อีดีเอ็มอย่าง “Valkyrie (วาลคีรี)” ที่นอกเหนือไปจากดนตรีอีดีเอ็มแล้วยังมีการใส่เสียงริฟกีตาร์ให้เพลงดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นไปอีก

ONEUS (วอนอัส)

เนื้อเพลงดังกล่าวเปรียบผู้หญิงเป็นดั่งหงส์ดำ บอกเล่าเรื่องราวความหลงไหลของชายที่มีต่อหญิงสาวคนหนึ่ง ดนตรีอีดีเอ็มที่เอ่ยถึงไปข้างต้นไม่หนักจนเกินไปที่จะฟังวนซํ้า ในขณะเดียวกันกลับยิ่งให้หนุ่ม ๆ ONEUS น่าค้นหามากขึ้น ประกอบกับการร้องที่แอบทิ้งหางเสียง ยิ่งทำให้ภาพรวมของสมาชิกในวงดูเซ็กซี่แบบผู้ชาย มีเอกลักษณ์ของวงอย่างค่อนข้างเด่นชัด ถือว่าเป็นน้องใหม่มาแรงเลยทีเดียวสำหรับบอยกรุ๊ปดาวรุ่งจากอาร์บีดับบลิววงนี้

 

พบกับบทความ K-POP Weekly Rewind คอลัมน์ถัดไปในสัปดาห์หน้า

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries >> อย่าลืมไปกด Subscribe กันน้า

source (1) (2)

Advertisements