บทสัมภาษณ์ 7 หนุ่มวง “iKON” ในงานแถลงข่าวงานคอนเสิร์ต iKON 2018 CONTINUE TOUR IN BANGKOK

7146

ศิลปินเคป็อปชื่อดัง iKON แลนดิ้งสู่ประเทศไทย ก็มุ่งตรงมาพบปะบรรดาสื่อมวลชน ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “iKON 2018 CONTINUE TOUR IN BANGKOK” ซึ่งงานนี้ขายบัตรหมดเกลี้ยงทั้ง 2 รอบการแสดง ตอกย้ำกระแสความฮ็อตที่เหล่า iKONIC (ชื่อกลุ่มแฟนคลับของวง iKON) ชาวไทยที่มีต่อ iKON ได้เป็นอย่างดี

Advertisement

ก่อนเริ่มงานแถลงข่าว คุณกึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ บอสใหญ่แห่ง 411 Entertainment ได้ขึ้นกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่มาทำข่าวในงาน และ ขอบคุณแฟนๆสำหรับการตอบรับที่ดี ก่อนจะถึงคราวที่ 7 หนุ่ม ปรากฏกายบนเวที เพื่อพูดคุยถึงผลงาน ชีวิตส่วนตัว รวมถึงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 และวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคมนี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

ยังจำการตอบรับอย่างร้อนแรงของการเยือนเมืองไทยครั้งที่แล้ว ในคอนเสิร์ต 2017 : 411 FANDOM PARTY IN BANGKOK ได้ไหม บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง

บีไอ : จำได้ครับ กรุงเทพเป็นที่ที่ร้อนแรงเสมอครับ
จินฮวาน : ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่แล้วหรือครั้งนี้ เวลาที่สนามบินที่ประเทศอื่นจะไม่ขนาดนี้ แต่ว่าที่เมืองไทยทุกครั้งที่มาก็จะได้รับความร้อนแรงของแฟนๆ ซึ่งพวกเขาอยู่ในความทรงจำของพวกเราเสมอครับ
ยุนฮยอง : ทุกครั้งที่มาเมืองไทย โรงแรมที่กรุงเทพดีมากๆเลยครับ


จากชื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ iKON 2018 CONTINUE TOUR IN BANGKOK อยากทราบว่ามีความหมายอย่างไรสำหรับ iKON และมีสิ่งไหนที่คุณอยากให้มัน CONTINUE ต่อไปเรื่อยๆ

บีไอ : จริงๆแล้วชื่อนี้มาจากชื่อมินิอัลบั้มของพวกเราที่มีชื่อว่า “CONTINUE” ซึ่งก็ตามความหมายของชื่อเลยครับ ก็คืออยากจะให้ก้าวต่อไป หรืออีกความหมายหนึ่งก็คืออยากจะให้อิสระเสรีทางความคิดการแสดงออกของพวกเรายังคงดำเนินต่อไปครับ


ในงานพิธีปิดเอเชี่ยนเกมส์ที่ผ่านมา พวกคุณได้รับเชิญให้ร่วมแสดงบนเวทีอันทรงเกียรติครั้งนั้นด้วย รู้สึกอย่างไรบ้าง

ดงฮยอก : มีความหมายและรู้สึกเป็นเกียรติ ซึ่งพวกเราเป็นเหมือนตัวแทนของประเทศชาติในการไปแสดงบนเวทีในต่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะต่างภาษา ต่างประเทศกันก็จริงแต่แฟนๆที่มาชมในวันนั้นก็สามารถร้องเพลงได้จึงอยู่ในความทรงจำของพวกเราเป็นพิเศษครับ

จินฮวาน : เราได้ยินมาว่าสนามที่เป็นที่จัดพิธีปิด มีขนาดใหญ่และมีความจุคนที่มากเป็นอันดับต้นๆของโลก ก่อนที่จะแสดงเลยอาจจะกดดันกับพื้นที่ที่ใหญ่ขนาดนั้น แต่ด้วยคนที่สนุกสนานกับการแสดงและให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดีทำให้เราสนุกบนเวทีได้ครับ


ปี 2018 ถือเป็นปีทองของ iKON เลย เพราะ iKON คัมแบ็คถึง 3 ครั้งในรอบปี รู้สึกอย่างไรกับการมีผลงานอย่างต่อเนื่อง

ชานอู : ในปี 2018 พวกเรามีโอกาสได้คัมแบค ถึง 3 ครั้ง ไม่ใช่เฉพาะแฟนๆที่เกาหลีแต่แฟนๆทั่วโลกก็ดีใจ พวกเราก็รู้สึกตื้นตันใจเช่นเดียวกันครับ เหลืออีกไม่นานก็จะถึงปี 2019 แล้ว เราก็หวังว่าที่จะมีโอกาสได้พบปะกับแฟนๆบ่อยๆนะครับ


จากผลงานเพลงอย่าง Love Scenario , Killing Me มาถึงเพลงล่าสุดอย่าง Goodbye Road พูดได้ว่า iKON เป็นเจ้าแห่งเพลงอกหักได้เลย ทำไมถึงเศร้าขนาดนั้น คิดถึงอะไรตอนถ่ายทอดออกมา และแฟนๆจะมีโอกาสได้ฟังเพลงรักสดใสจาก iKON บ้างไหม

บีไอ : จริงๆพวกเราก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้มันเป็นเพลงเศร้าอย่างเดียวแต่ไปๆมาๆมีแต่เพลงเศร้าออกมาทั้งนั้นเลยครับ เพลงเศร้าพวกนี้พวกเราได้รับแรงบันดาลใจเราได้มาจากพวกภาพยนตร์บ้าง จากชีวิตประจำวันบ้าง หรือว่าจากอยู่ดีๆก็นึกได้บ้าง สำหรับเพลงรักสนุกสนานจะได้ฟังกันอย่างแน่นอน ฉะนั้นแฟนๆไม่ต้องห่วงไปครับ


เพลง Love Scenario ฮิตมาก ครองแชมป์อันดับ 1 ทุกชาร์ตเพลง และยังฮิตติดหูในแฟนเพลงทุกเพศทุกวัยด้วย คุณคิดว่าเพลง Love Scenario คือผลงานที่ดีที่สุดของ iKON ไหม และคาดหวังว่าเพลงนี้จะได้รับรางวัลเพลงแห่งปีหรือเปล่า

บีไอ : จริงๆแล้วเพลงนี้ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าเป็นเพลงที่ดีที่สุดของ iKON เพราะว่าสถิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยอดวิว หรือว่ายอดโหลดอะไรก็ตาม ก็เป็นตัวที่บ่งบอกอยู่แล้วว่าเพลงนี้ได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดาเพลงของวง iKON โดยส่วนตัวผมเองก็ชอบเพลงนี้ด้วยครับ  ส่วนเรื่องรางวัลปลายปีไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อนครับ

ดงฮยอก : จริงๆแล้วการทำเพลงไม่ได้มีรางวัลเป็นจุดมุ่งหมายหลัก แต่การที่มีพิธีประกาศรางวัลต่างๆเป็นเหมือนงานเทศกาลที่ศิลปินมารวมตัวกันมาสนุกสนานกันมากกว่าครับ


เพลงของคุณสามารถช่วย healing ใครหลายๆคนให้รู้สึกดีขึ้นหรือสร้างความสุขให้พวกเขาได้ ในมุมกลับกัน..มีสิ่งไหนที่ healing พวกคุณมีพลังบวกและมีความสุขได้บ้าง

จุนฮเว : คงจะเป็นความรักจากแฟนๆที่มอบความรักให้กับพวกเราอย่างมากมายครับ


หลังจากเดบิวต์มาพวกคุณได้รับสกิลด้านไหนเพิ่มขึ้นบ้าง

บีไอ : เรื่องการเต้นของดงฮยอกมีการพัฒนาขึ้นเยอะมาก ในบรรดาสมาชิกทุกคนน่าจะเต้นเก่งสุดแล้วด้วยซ้ำครับ

ยุนฮยอง : อีกคนก็คือ จุนฮเว จริงๆเขาเป็นคนที่มีสุขภาพอ่อนแอสุด แต่ว่าตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่แข็งแรงสุดไปแล้วครับ


ถ้าให้เลือกความสามารถพิเศษหรือสกิลที่โดดเด่นของเพื่อนๆ เมมเบอร์มาเพิ่มในตัวคุณ.. คุณอยากได้สกิลด้านไหน จากใคร

จุนฮเว : ของผมอาจจะไม่ถึงขนาดสกิลหรือว่าความสามารถพิเศษอะไรนะครับ แต่ผมอยากได้ความสุขในระดับเดียวกันกับพี่ยุนฮยองครับ

จินฮวาน : ของผมอยากจะได้สกิลการแต่งเพลงของบ็อบบี้กับฮันบินครับ


มีนิสัยหรือเหตุการณ์ประทับใจอะไรของเพื่อนๆ เมมเบอร์ iKON ที่ทำให้คุณแต่ละคนประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้

ดงฮยอก : พี่ฮันบินเขาชอบจับมือคนข้างๆครับ ผมว่าน่ารักดี

<บ็อบบี้ เสริมขึ้นมาว่า “เมื่อกี้เขาก็จับอีกแล้วครับ”>


งานอดิเรกของแต่ละคนคืออะไร หรือช่วงนี้กำลังอินกับอะไรเป็นพิเศษไหม หรือถ้ามีเวลาว่างตรงกัน กิจกรรมที่พวกคุณทำร่วมกันบ่อยๆคืออะไร

จุนฮเว : ผมชอบอ่านหนังสือครับ ก่อนหน้านี้ผมจะอ่านพวกหนังสือกลอน แต่ว่าล่าสุดอ่านหนังสือนิยายเป็นหลักครับ

บ็อบบี้ : ตอนนี้ฮันบินชอบถ่ายรูป และ เล่นกล้องครับ


ทราบมาว่าตอนทำงานที่ญี่ปุ่นคุณมี “กรุ๊ปนักชิม” กับ “กรุ๊ปอยู่แต่ในห้อง” ไม่ทราบว่าใครเป็นสมาชิกของกรุ๊ปไหนบ้าง

จุนฮเว : จริงๆแล้วมีความเข้าใจผิดครับ เราแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ active หน่อย กับไม่ค่อย active ครับ โดยส่วนตัวผมจะไม่ใช่กลุ่มนักชิม แต่ผมเป็นกลุ่มนักดื่มครับ


คนที่ชอบอยู่ในห้องส่วนใหญ่มักจะชอบทำอะไร

ชานอู : จริงๆเวลาที่พวกเรามีงานจะไม่ค่อยได้พักผ่อนเท่าไหร่ เวลาที่ได้ไปต่างประเทศไปนอนโรงแรม ก็จะถือโอกาสได้นอนพักชาร์จแบตไปในตัวครับ


มีอาหารไทยอะไรที่อยากทานเป็นพิเศษไหม?

บีไอ : ที่เป็นปูน่ะครับ <พิธีกรจึงบอกว่าเป็น ปูผัดผงกระหรี่>

ดงฮยอก : อยากลองทานผัดไทยครับ

จินฮวาน : ผมเคยกินต้มยำกุ้งในแบบเกาหลีมาแล้ว ก็เลยอยากที่จะมากินแบบต้มยำกุ้งแบบ Original ดูครับ

<พิธีกรเสริมว่า สตาฟกำลังจดอยู่นะครับ เดี๋ยวจะได้พาไปกินพรุ่งนี้>


แต่ละคนเตรียมภาษาไทยคำไหนมาคุยกับแฟนๆบ้าง? หรืออยากให้สอนพูดไทยประโยคไหนบ้างไหม?

จุนฮเว : ผมมีครับ แต่ก่อนผมชอบภาพยนตร์เรื่ององค์บากมากเลยครับ มันจะมีฉากหนึ่งที่บอกว่าเอาช้างฉันมา อยากจะลองเรียนคำนี้ครับ

<พิธีกรอธิบายว่า ในภาษาเกาหลีซับไตเติ้ลขึ้นว่า ‘เอาช้างฉันมา’ แต่ว่าจริงๆพระเอกพูดว่า ‘ช้างกูอยู่ไหน’>

จุนฮเว : “ช้างกูอยู่ไหน”

<พิธีกรอธิบายว่ากูเป็นคำโบราณ ปัจจุบันการใช้คำนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว จึงสอนให้จุนฮเวพูดว่า “ช้างผมอยู่ไหน” แทน>

จุนฮเว : “ช้างผมอยู่ไหน”

<ยุนฮยองอยากให้พิธีกรสอนคำว่าไม่เจอกันนาน คิดถึงนะ>

ยุนฮยอง : “ไม่เจอกันนาน คิดถึงนะ”

<บีไออยากให้พิธีกรสอนขอเสียงจากแฟนๆ>

บีไอ : ขอเสียงหน่อย /ค้อ-เสียง-น้อย/

<ยุนฮยองอยากพูดคำว่ากระโดดเป็นภาษาไทย>

ยุนฮยอง : กระโดด~

<พิธีกรบอกว่ากลายเป็นคลาสสอนพูดภาษาไทยไปแล้วนะครับ>


เพราะความมุ่งมั่นและความพยายามในอดีตทำให้ทุกคนมีวันนี้… คุณอยากขอบคุณตัวเองในอดีตได้ อยากขอบคุณเรื่องอะไร?

จินฮวาน : ผมอยากจะขอบคุณตัวเองในสมัยก่อน ตอนที่เป็นเด็กฝึกครับ ผมซ้อมหนักมากและก็ต้องอดหลับอดนอน ด้วยความทุ่มเทในวันนั้นทำให้มีวันนี้เลยอยากจะขอบคุณครับ


รู้สึกยังไงที่บัตรคอน Sold Out ? มีอะไรอยากจะฝากถึงแฟนๆที่ให้การสนับสนุนพวกคุณตลอดมา

บีไอ : ก่อนอื่นพวกผมรู้สึกตกใจที่ sold out ไปทั้งสองรอบ ตอนได้ทราบข่าวพวกเราเองก็รู้สึกมีความอยากจะเล่นคอนเสิร์ตมากขึ้นเลยครับ และก็ยิ่งแฟนอยากจะมางานนี้มากแค่ไหน พวกเราก็จะแสดงบนเวทีเพื่อที่จะตอบแทนพวกเขาเหล่านั้นให้ได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว ถึงแม้ว่าพวกเราไม่ได้มาเมืองไทยบ่อย แต่ทุกครั้งที่มาพวกเราก็สัมผัสได้ถึงการต้อนรับที่ร้อนแรงและอบอุ่นอยู่เสมอ พวกเราเองก็จะตอบแทนแฟนๆด้วยผลงานที่ดีกว่าเดิมนะครับ

สำหรับใครที่มีบัตรอยู่ในมือ กำไว้ให้แน่นแล้วไปใช้เวลาร่วมกับทั้ง 7 หนุ่ม iKON อย่างเต็มที่กัน~

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com

Advertisements