รีวิวภาพยนตร์ A Taxi Driver (2017)

ภาพยนตร์เกาหลี A Taxi driver ที่บอกเล่าเหตุการณ์จริง ระหว่างคนขับแท็กซี่ นักข่าวและการชุมนุมที่เกิดขึ้นในกวางจู ภาพยนตร์แนวอิงประวัติศาสตร์ ที่บอกเล่าจากเรื่องจริง

5933

ภาพยนตร์เกาหลีที่ว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วง 1980 ที่กวางจู (Gwangju Uprising) เหตุการณ์ที่นักศึกษาประชาชนร่วมกันต่อต้านเผด็จการ คิมมันซอบ (นำแสดงโดย ซงคังโฮ) คนขับรถแท็กซี่ในโซลที่วันนึง เขาได้รับจ้างให้ไปขับแท็กซี่ให้นักข่าวชาวเยอรมัน เพื่อที่จะไปทำข่าวเปิดโปงความจริงของเหตุการณ์ชุมนุมขับไล่ประท้วงในครั้งนี้

คิมมันซอบ (รับบทโดย ซงคังโฮ) คนขับรถแท็กซี่ เขาอยู่กับลูกสาวเพียงแค่2คน เขาต้องการหาเงินเป็นจำนวนมากเพื่อไว้สำหรับค่าเลี้ยงดูและค่าเช่าบ้าน วันนึงเขาได้รับการว่าจ้างจากชาวต่างชาติในราคาที่สูง ว่าให้ขับรถไปส่งเขาที่กวางจู แต่ตัวเขาเองซึ่งไม่รู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกวางจูตอนนี้

See Also : รีวิวภาพยนตร์ Always (2011)

ปีเตอร์ (รับบทโดย โทมัส เคร็ทสช์แมนน์) นักข่าวชาวเยอรมัน นักข่าวที่เข้ามาทำข่าวในกวางจู แต่การทำข่าวของเขาก็ไม่ได้ราบรื่น ด้วยความที่เขาเป็นชาวต่างชาติ บวกกับทางกองทัพทหารมีความต้องการที่จะปกปิดการกระทำครั้งนี้ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาโดนตามตัว

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าผ่านเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในปี 1980 โดยถ่ายทอดผ่านตัวละคร คนขับแท็กซี่ และ มิตรภาพของกลุ่มนักศึกษา แจซิค (รับบทโดย รยูจุนยอล) กลุ่มนักศึกษาที่รวมประท้วงในครั้งนี้ เขาได้ช่วยเหลือปีเตอร์ ด้วยการเป็นล่าม และความเสียสละของแจซิค ที่ต้องรอติดตามดูในภาพยนตร์เรื่องนี้

ในช่วงต้นของภาพยนตร์อาจเห็นความเห็นแก่ตัวของ มันซอบ ที่อาจเห็นแก่เงินในครั้งนี้ แต่ในความเป็นจริงเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เรียกได้ว่าเป็นคนที่ใจดีคนนึงเลย เขาทำไปเพียงเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ด้วยความที่เขารับงานนี้โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นมีอันตรายคืบคลานมาขนาดไหน รวมถึงปัจจัยด้านภาษาที่เป็นอุปสรรคระหว่างเขากับนักข่าว ทำให้การสื่อสารที่จะส่งต่ออาจไม่รู้เรื่อง

โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบเรื่องนี้ เพราะว่าเป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงมิตรภาพ ความแตกต่างระหว่างคนโซลและคนกวางจู และยังมีบางฉากที่แอบจิกกัดนิสัยคนด้วย อีกอย่างคือเป็นภาพยนตร์ที่มีเค้าโคลงมาจากเรื่องจริง ด้วยความที่หนังมันเป็นเชิงประวัติศาสตร์ถ้าใครติดใจจากเรื่องนี้ แนะนำให้ดู May 18 ต่อเลย

A Taxi Driver เป็นหนังที่น่าติดตามเรื่องนึงแต่ก็รู้สึกว่ามีบางช่วงของหนังที่มันไม่ค่อยสมเหตุผล ตามความคิดผู้เขียน แต่ถ้ายกฉากที่ประทับใจที่สุดของหนังเรื่องนี้คงเป็น ฉากก่อนตอนจบ ทำให้เราได้เห็นมิตรภาพ และ คนขับแท็กซี่ที่ได้ยอมเสียสละบางสิ่งเพื่อช่วยเหลือ และในส่วนตัวเราชอบการแสดงของนักแสดงเรื่องนี้มากเลยทีเดียว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้เป็นตัวแทนภาพยนตร์เกาหลีที่เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลออสการ์ ในปีนี้อีกด้วย!

Trailer


Advertisements